Skip to content

เปิดโปงภาคเหนือ

วันเสาร์ 3 มกราคม 2009

Northern Exposure
Thailand’s new prime minister must win over the rural majority to preserve his fragile coalition government.
31 ธันวาคม 2551
By Lennox Samuels Newsweek Web Exclusive

thailand-protest

จากภาพ ผู้สนับสนุนอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตรพยายามที่จะเข้ารัฐสภาเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2551

นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของไทยจะต้องชนะใจคนชนบท ที่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ เพื่อรักษาสถานะที่ง่อนแง่นของรัฐบาล

วรวิทย์ แซ่พู เสียใจที่ถูกตราหน้าว่าเป็นพวกเห็นแก่เงินไม่มีการศึกษา และโง่เกินไปที่จะออกเสียงเลือกตั้ง วรวิทย์อายุ 23 ปี เติบโตมาจากหมู่บ้านทางเหนือของประเทศไทย ยังคงสนับสนุนทักษิณ ชินวัตรนายกรัฐมนตรีที่เป็นที่นิยมจากประชาชน แต่ถูกกองทัพทำรัฐประหารเมื่อสองปีก่อน วรวิทย์และชาวรากหญ้าอีกหลายล้านคนที่ลงคะแนนเลือกทักษิณและพรรคไทยรักไทย ให้เข้าไปเป็นรัฐบาลถึงสองครั้งด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น แต่นักวิจารณ์ยังคงกล่าวหาว่าคะแนนเสียงเหล่านี้ถูกซื้อมา และพวกเขาโง่เกินไปที่จะเลือกตัวแทนของตัวเองได้

สำหรับคนไทยต่างจังหวัดหลายๆคน ทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกที่หันมาสนใจพวกเขา วรวิทย์จำได้ถึงเวลาที่คนในหมู่บ้านแม่สลักประสบความยากจนและมีปัญหายาเสพติด แต่เหตุการณ์เปลี่ยนไปเมื่อทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรีในปี 2544 ด้วยนโยบาย “สงครามกับยาเสพติด” และแผนการณ์ที่ช่วยคนชนบทที่ยากจน รวมถึงให้ทุนการศึกษา ทำให้วรวิทย์ได้เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งขณะนี้เขาได้เรียนที่คณะเศรษฐศาสตร์ วรวิทย์กล่าวต่อว่า “ไม่เคยมีใครเคยให้ความสนใจกับชาวชนบทจะกระทั่งคุณทักษิณ เราอาจจะโง่ แต่เรารู้ว่าเราจะได้อะไรจากทักษิณ และนี่คือทำไมเราถึงได้ชื่นชมเขา ทักษิณเป็นบุคคลที่ให้ชีวิตแก่เรา ผมนับถือว่าเขาเป็นวีรบุรุษ”
 
ในปี 2549 คณะรัฐประหารได้ขับไล่ทักษิณออกไป ส่งผลให้ประเทศไทยประสบกับความวุ่นวาย มีนายกรัฐมนตรีเปลี่ยนเข้าออกถึงสี่คน คนที่ห้าคืออภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในกลางเดือนธันวาคม พรรคร่วมรัฐบาลมาจากกลุ่มของพรรคพลังประชาชนที่ทรยศ พรรคประชาธิปัตย์ของอภิสิทธิ์ได้รับการสนับสนุนจากกรุงเทพและภาคใต้ แต่การเอาชนะใจคนยากจนและคนชนบทในภาคเหนือและทางอีสานได้นั้น จะตัดสินอนาคตของอภิสิทธิ์ว่า จะได้จารึกในประวัติศาสตร์ได้ยาวนานแค่ไหน
 
ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าจะประสบความสำเร็จ ชนชั้นแรงงานในชนบทยังคงโกรธต่อข้อกล่าวหาที่พันธมิตร บอกว่าพวกเขาโง่ ถูกหลอกง่าย และผู้นำพันธมิตรยังข่มขู่ที่จะประท้วง ถ้ารัฐบาลใหม่คิดจะดำเนินคดีกับพวกเขา สมาชิกพันธมิตรเสื้อเหลืองเรียกร้องให้มี “การเมืองใหม่” และให้มีประชาธิปไตยไม่เต็มใบ ซึ่งสมาชิกรัฐสภาส่วนหนึ่งมาจากการแต่งตั้งของกษัตริย์ภูมิพล อดุลยเดช ฝ่ายตรงข้ามใส่เสื้อสีแดง นปช (UDD = แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ) ได้เดือนอภิสิทธิ์ว่าจะมีการชุมนุมประท้วงทั้งประเทศ
 
สำหรับคนที่กล่าวหาทักษิณนักธุรกิจมหาเศรษฐีโทรคมนาคมที่กำลังลี้ภัยอยู่นอกประเทศว่าผิดในทุกเรื่อง นับตั้งแต่การคอรัปชั่น การใช้อำนาจหน้าที่ในทางผิด และการพยายามจะช่วงชิงอำนาจกษัตริย์ พื้นฐานของบุคคลดังกล่าวจะเป็นคนกรุงเทพและคนภาคใต้ ซึ่งยังยืนยันว่ากลุ่มคนที่สนับสนุนทักษิณถูกชี้นำจากสัญชาติญาณพื้นฐานเท่านั้น แต่จากคำพูดของคนภาคเหนือและภาคอีสานว่ามันง่ายเกินไปที่จะพูดว่า คนที่ชื่นชมทักษิณโอนเอียงไปกับของที่ได้รับ ว่านโยบายเศรษฐกิจเป็นเหมือนการซื้อเสียง หรือแม้แต่ที่ว่าทักษิณและพวกได้ต่อต้านราชวงศ์ ฝ่ายตรงข้ามทักษิณดูเหมือนจะโกรธแค้นมากที่ทักษิณยังเป็นที่นิยม นับตั้งแต่กองทัพได้ทำรัฐประหารขับไล่ทักษิณในเดือนกันยายน 2549 ทักษิณไม่สามารถกลับมาสู่ประเทศไทยได้เนื่องจากกลัวเรื่องการถูกจำคุก แต่คนไทยจำนวนมากยังศรัทธาและติดตามความเคลือนไหวและคำแถลงการณ์ของเขา ความนิยมของทักษิณยังคงฝังแน่นตั้งแต่ทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี และเมื่อฝ่ายตรงข้ามพยายามจะทำให้ทักษิณเป็นบุคคลที่น่ากลัว การกล่าวหาว่าทักษิณโกงกิน (และถูกตัดสินคดีว่าผิด) สำหรับฝ่ายนิยมทักษิณแล้วถือว่าเป็นการหลอกลวง สร้างหลักฐานเท็จจากฝ่ายตรงข้าม ซึ่งไม่ได้เป็นการช่วยเลยที่ฝ่ายตรงข้ามได้โจมตีทักษิณอย่างบ้าคลั่ง ชื่อของทักษิณยังคงดึงดูดฝูงชน เพียงคำพูดแค่ว่าทักษิณจะออกอากาศผ่านวิดิโอหรือโฟนอินก็ทำให้คนนับหมื่นๆมารอฟังที่สนามกีฬา
 
ทักษิณชนะการเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียงท่วมท้นในปี 2544 เป็นผลเนื่องมาจากการให้ความสนใจกับความเป็นอยู่ของชาวชนบท รัฐบาลทักษิณได้ออกเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำกับคนในหมู่บ้านที่ต้องการจะทำธุรกิจเล็กๆ ชำระหนี้ให้ชาวนาภาคอีสานที่ต้องดิ้นรนจากผืนดินทำนาที่แห้งแล้ง ให้การศึกษาระดับประถมต้นและประถมปลายสำหรับคนระดับธรรมดาให้เข้าเรียนได้ง่ายขี้น โครงการณ์ 30 บาทรักษาทุกโรคเพื่อให้คนทั่วไปได้เข้ารับการรักษาในราคาเพียง 30 บาทต่อครั้ง (น้อยกว่า 1 ดอลล่าห์) โครงการณ์นี้ได้เปลี่ยนแปลงชีวิตนับพันของเกษตรกร ซึ่งยังเป็นเศรษฐกิจใหญ่ของประเทศ กว่า 49% ของประชากรไทยมีอาชีพทำนาและอาชีพที่เกี่ยวข้องกัน ขวัญชัย ไพรพนา เจ้าของสถานีวิทยุและแกนนำของ นปช.ในอุดรธานี จังหวัดที่ใหญ่สุดในภาคอีสานได้กล่าวว่า “คนต้องขายนาเพื่อหาเงินไปจ่ายค่ารักษาตัว”
 
อรพิน ธิมาน เจ้าของร้านขายของระลึกในโบแสงบาร์ซ่าร์ที่สันกำแพง ซึ่งอยู่นอกตัวเมืองเชียงใหม่ เธอเลิกกิจการตั้งแต่วันแรกที่มารดาของเธอได้นำเงินกู้จากรัฐบาลทักษิณและนำมาตั้งเต้นท์ขายของแห้ง ผลไม้ เนื้อ ก๋วยเตี๋ยวเป็นต้น เธอกล่าวถึงสมัยอดีตนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัยของพรรคประชาธิปัตย์ว่า “สมัยรัฐบาลชวน ฉันไม่มีสักหมื่นในกระเป๋า” เธอกล่าวต่อว่า “ทักษิณตั้งเป้าเพื่อช่วยคนจนต่างหาก ไม่ใช่จากการทีทักษิณให้กู้เพียงไม่กี่บาท”
 
สำหรับอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะทาญาติของชวนยังคงรับเอาความเกลียดชังของคนภาคเหนือและอีสานที่มีต่อพรรคประชาธิปัตย์ สำเร็จการศึกษาจากอังกฤษ อายุ 44 นักการเมืองเลือดใหม่ของการเมืองไทยที่ชอบคุยโว เขาเป็นทาญาติของพรรคการเมืองที่เก่าแก่ที่สุด พรรคที่มีนโยบายฝ่ายขวา สนับสนุนธุรกิจ สนับสนุนกองทัพ สนับสนุนราชวงศ์ เป็นพรรคที่ได้รับความนิยมจากคนกรุงเทพและทางภาคใต้ สำหรับคนไทยหลายๆคนนั้น เขาเป็นตัวแทนของพวกหัวเก่าที่ปกครองประเทศไทยมาเป็นศตวรรษ และพวกนี้กระหายที่จะล้มล้างระบอบทักษิณ และนำประเทศกลับไปสู่ความเป็นอนาธิปไตยแบบเก่า ที่เคยครอบครองระบบการเมืองและระบบธุรกิจมาเป็นสิบๆปี
 
บางคนมองอภิสิทธิ์ว่าแข็งทื่อ อภิสิทธ์มีบุคลิกที่ขี้นกล้อง ฉลาด และเป็นผู้ดีคุณสมบัติเหมาะกับผู้ที่กำลังเบื่อจากการเมืองที่แตกแยก จากนักการเมืองรุ่นเก่าและจากผู้นำกองทัพที่ทะเยอทะยานทำรัฐประหารและยกเลิกรัฐธรรมนูญ แต่อภิสิทธิ์เทียบไม่ได้กับสัญชาติญาณของทักษิณ ซึ่งแม้จะรวยแต่ยังทำให้ประชาชนมากมายเชื่อว่าเขาสัมผัสถึงความเจ็บปวดของพวกเขาได้ ในขณะที่ทักษิณสามารถจะดึงเอานักการเมืองฝ่ายตรงข้ามมาเป็นพวก แต่อภิสิทธิ์ต้องหาทางตกลงกับอดีตผู้ช่วยทักษิณคือเนวิน ชิดชอบ ในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ซึ่งถูกกล่าวหาว่าทรยศและเป็นพวกฉกฉวยผลประโยชน์ ไม่ได้เป็นการช่วยอะไรให้ดีขี้นเลย เมื่อเนวินได้ยกคำพูดเพื่อแนะนำอภิสิทธิ์ว่า จะทำให้คนทางอีสานลืมทักษิณได้โดยการปล่อยเงินหลายพันล้านบาทสู่ภาคอีสาน คำพูดดังกล่าวเป็นการแสดงถึงความคิดที่ว่าคนชนบทภาคเหนือและภาคอีสานสามารถใช้เงินซื้อได้ และเป็นการท้าทายฝีมือนายกรัฐมนตรีหน้าใหม่
 
ที่เชียงใหม่ นักธุรกิจบางคนกล่าวว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นเรื่องน่ารังเกียจ ปรีชาวัฒน์ วัฒนาพงศ์ศิริกุลกล่าวถึงเศรษฐีเจ้าของเบียร์ตราช้างว่า “ถ้าบางคนกล่าวว่าเงินสามารถซื้อเสียงได้ อย่างนั้น เจริญ ศิริวัฒนาภักดี ก็เป็นหนึ่งในคนที่รวยที่สุดในโลก” เขากล่าวต่อว่า “ลองให้เขามาลงสมัครเลือกตั้งแล้วจ่ายเงินให้คนเหนือหัวละ 10,000 บาท คอยดูซิ ยังไงก็ไม่ชนะ” ปรีชาวัฒน์เป็นเจ้าของโรงแรมวโรรสแกรนแดมเพลสในเมืองพระสิงห์ เป็นสถานที่ซึ่งคนเสื้อแดงได้มาชุมนุมฟังการโจมตีพันธมิตรและพรรคประชาธิปัตย์เมื่อไม่นานมานี้ เขากล่าวต่อว่า “คนทางเหนือเป็นมนุษย์ ไม่ใช่หมา”
 
ชาวเหนือมีความจงรักภักดีต่อกษัตริย์ ชาวเหนือโกรธแค้นต่อพันธมิตรที่ใช้เล่ห์เหลี่ยมโจมตีชาวเหนือ และตราหน้าคนเหนือว่าไม่จงรักภักดีต่อกษัตริย์ ประเทศนี้เกือบจะไม่มีคนไทยคนไหนจะต่อต้านราชวงศ์ “เรารักในหลวง” เป็นคำพูดนับตั้งแต่ชาวนา คนขายของข้างถนน จนถึงนักการเมืองทุกคนกล่าวกับนิวสวีค แม้คนซึ่งสงสัยว่าทำไมราชวังไม่เข้าแทรกแซงให้พันธมิตรหยุดการยึดสนามบินใหญ่ที่สุดทั้งสองแห่ง ก็ยังไม่วิจารณ์ราชวงศ์ใดๆ และได้โกรธแค้นต่อพันธมิตรที่ใส่เสื้อเหลือง สีของกษัตริย์
 
ฝ่ายสนับสนุนทักษิณเห็นว่าการอ้างเรื่องราชวงศ์เป็นกลวิธีที่เลว อรพิน ธิมาน แม่ค้าขายของที่ระลึกกล่าวว่า “พันธมิตรพยายามที่จะแบ่งแยกคนไทย” เธอกล่าวต่อว่า “ตอนนี้คือการที่เสื้อแดงต่อสู้กับเสื้อเหลือง” สำหรับอภิสิทธิ์ที่พรรคถูกมองว่าสมรู้ร่วมคิดกับพันธมิตร จะต้องเข้าให้ถึงคนไทยทางภาคเหนือและภาคอีสานให้เร็วที่สุด ซึ่งโอกาสยังเปิดอยู่ ตามที่ผู้นำเสื้อแดงซึ่งได้ใช้วิธีหยุดรอดูสถานการณ์ ชาวชนบทต่อว่ารัฐบาลหลังทักษิณไม่เหลียวแลโครงการของทักษิณ การปัดผุ่นโครงการทักษิโนมิคมาใช้ใหม่ย่อมจะสร้างความนิยมได้ แต่ดูเหมือนว่า อภิสิทธิ์จะเลือกทางที่จะเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญเพื่อจะลดสิทธิของคนจนชนบท ซึ่งแน่นอนและแน่ใจว่าเป็นการกระทำที่จะต้องนำความวุ่นวายไปทั่วประเทศแน่
 
นายกคนใหม่ต้องปกครองประเทศที่แบ่งแยกกันคล้ายอเมริกาหลังเลือกตั้งปี 2000 อภิสิทธิ์เริ่มต้นจากบุคคลที่ไม่ค่อยมีความมั่นใจ ซึ่งได้ผลประโยชน์จากบุคคลที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับทักษิณ เป็นบุคคลที่อาจจะเห็นใจกับกลุ่มพันธมิตร มีแนวโน้มที่จะจำกัดอำนาจของประชาธิปไตย และเป็นบุคคลที่รอขอความช่วยเหลือจากกองทัพ ประเทศไทยขณะนี้นั่งอยู่บนเส้นด้าย ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเศรษฐกิจดีและมาถูกผลกระทบจากการถดถอยของเศรษฐกิจโลกและเหตุการณ์ในบ้านเมืองที่ไม่สงบ และกษัตริย์ที่เคยเป็นมิ่งขวัญ ขณะนี้มีปัญหาที่ทรงพระชราภาพ ชาวกรุงเทพชนชั้นกลางและชนชั้นสูงขัดแย้งกับคนจนชนบท กรุงเทพและภาคใต้แบ่งแยกกับภาคเหนือและภาคอีสาน เสื้อแดงปะทะกับเสื้อเหลือง ฝ่ายที่ขับไล่ทักษิณ และฝ่ายที่ต้องการให้ทักษิณกลับมาให้หลุดพ้นคดีต่างๆ และทำหน้าที่สำคัญให้การเมืองไทย
 
ขณะนี้ทั้งเสื้อแดงและเสื้อเหลืองได้พักยก จับตามองความเป็นไปของการเมืองและวางแผนการณ์ของตัวเอง ขวัญชัย ไพรพนา ผู้นำ นปช ที่อุดรธานีกล่าวกับนิวสวีคว่า เขาได้ติดตามข่าวของคุณทักษิณ “เราจะไม่เคลื่อนเข้ากรุงเทพ เพราะถ้าเราทำอะไรตอนนี้ เราจะถูกประณามว่าพวกเสื้อแดงโง่และก้าวร้าว” ขณะนี้ประเทศกำลังจับตามองว่าพันธมิตรจะได้รับผลอย่างไรจากการยึดสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง รวมถึงทำเนียบรัฐบาลทำให้ประเทศเสียหายทางเศรษฐกิจเกือบถึง 150,000 ล้านดอลล่าห์
 
จาตุรนท์ ฉายแสง อดีตผู้นำพรรคไทยรักไทย กล่าวว่าเป้าหมายของพันธมิตรคือการคัดเลือกคนจากพวกตัวเองที่ “กลุ่มเพียงหยิบมือที่เป็นคนดี” “ในการบริหารประเทศ” ซึ่ง นปช จะไม่ยอมให้ระบอบดังกล่าวเกิดขี้นได้ คำถามสำหรับรัฐบาลปัจจุบันขณะนี้คือ จะป้องกันไม่ให้ประเทศไทยเข้าไปสู่ความวุ่นวาย ซึ่งเมื่อเทียบกับการประท้วงที่เคยมีมานั้น ความวุ่นวายที่เกิดขี้นอาจจะเทียบไม่ได้กับสิ่งที่จะเกิดขี้นใหม่
 
แปลและเรียบเรียงโดยchapter 11
Advertisements
No comments yet

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: