Skip to content

ไทยถอยหลังลงคลอง

วันจันทร์ 22 ธันวาคม 2008

The old Thailand returns
By Gwynne Dyer – 20 ธันวาคม 2551
Tehran Times

วิกฤติทางการเมืองในประเทศไทยแม้ว่าจะสิ้นสุดไปแล้ว ซึ่งเป็นระยะ 10 ปีที่ได้ลิ้มลองประชาธิปไตยก็หมดไปด้วยเช่นกัน เศรษฐีและผู้มั่งคั่งที่โกรธแค้น ซึ่งลุกขี้นต่อต้านไม่ให้มีความเท่าเทียมกับคนยากจน และย้อนกลับไปสู่วันเดิมๆที่เลวร้าย ที่นักการเมืองซื้อขายตัวและไม่สามารถรวมกันติดได้

บุคคลดังกล่าวคือ กลุ่มพันธมิตรที่เป็นกลุ่มประท้วงเสื้อเหลืองข้างถนน กลุ่มนี้ยึดทำเนียบรัฐบาล ยึดสนามบินกรุงเทพทั้งสองแห่ง มีการรณรงค์ขับไล่พรรคพลังประชาชนอย่างต่อเนื่อง (สีเหลืองเป็นสีแห่งนัยยะว่าได้มีความจงรักภักดีแด่กษัตริย์ภูมิพลอดุลยเดช พระชนพรรษา 81 ปีแห่งประเทศไทย ซึ่งไม่ชัดเจนว่ากษัตริย์มีส่วนร่วมในจุดหมายหรือไม่

รัฐบาลล้มจากกลุ่มประท้วงข้างถนนไม่ใช่จากการโหวตเสียงอย่างถูกกฎหมายในรัฐสภา เนื่องจากพรรคพลังประชาชนมีเสียงข้างมากในสภา กลุ่มพันธมิตร กองทัพ ตำรวจ คนชั้นกลางในกรุงเทพ และอาจจะแม้แต่ในวัง มองความผิดของพรรคพลังประชาชนว่าได้รับเลือกมาจากเสียงประชาชนที่ไม่ถูกต้อง นั่นคือเสียงจากคนยากจนในชนบท

พรรคพลังประชาชนสืบต่อมาจากพรรคไทยรักไทยที่คุณทักษิณ มหาเศรษฐีจากธุรกิจโทรคมนาคม ซึ่งลงเล่นการเมืองในปี 2541 เป็นผู้ก่อตั้งขี้นมา เป็นพรรคสมัยใหม่สำหรับประเทศไทยเป็นที่ดึงดูดของคะแนนเสียง จากคนยากจนในเมืองและคนชนบทส่วนใหญ่มากกว่ายอมให้หัวคะแนนซื้อเสียงแบบเก่า

พรรคไทยรักไทยชนะการเลือกตั้งในปี 2544 ทักษิณได้เป็นนายกรัฐมนตรี และได้รักษาสัญญาหลายๆอย่างที่เคยให้ไว้ กองทุนพัฒนาไหลเข้าสู่ภาคชนบท โครงการณ์ 30 บาทรักษาทุกโรค ช่วยให้คนที่อยู่ห่างไกลความเจริญได้มีโอกาสรับการรักษาเป็นครั้งแรก และชาวนาได้มีเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ทำให้ศักดินาชาวกรุงที่ก่อนหน้านี้เคยได้รับส่วนแบ่งงบประมาณรายจ่ายมากที่สุดถูกแยกออกไป และความนิยมของทักษิณได้พุ่งขี้นสุงสุดสำหรับชาวชนบท

ทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกที่อยู่ครบเทอม 4 ปี และก็เป็นครั้งแรกอีกเช่นกันในการเลือกตั้งในปี 2548 พรรคของทักษิณชนะได้รับเสียงข้างมากในสภา ที่สำคัญกว่านั้นคือหัวคะแนนที่ซื้อขายเสียงของชาวชนบทได้แห่กันเข้ามาร่วมกับพรรคของทักษิณ ทำให้ศักยภาพทางการเมืองของคุณทักษิณไม่มีใครทำลายลงได้

จากจุดนี้เองทำให้ดูเหมือนว่าทักษิณได้ประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนแปลงระบบการเมืองของไทย ทักษิณเป็นคนค่อนข้างเด็ดขาด มีการลงโทษสื่อที่วิจารณ์เขา มีการวิสามัญฆาตกรรมของโครงการต่อต้านยาเสพติด ความนิยมของเขาไม่มีใครปฎิเสธได้ แต่ก็ต้องมีจุดจบ

การตอบโต้กลับของพวกอนุรักษ์นิยมในรูปแบบของการออกมาเดินประท้วงบนถนนต่อรัฐบาลทักษิณ ใช้เป็นข้ออ้างในการทำรัฐประหาร ในปี 2549 ศาลที่ไม่ได้วางตัวเป็นกลางในเรื่องนี้ ได้วินิจฉัยให้ยุบพรรคไทยรักไทยด้วยข้อกล่าวหาที่ว่าซื้อเสียง (แม้จะเป็นจริงอย่างไม่มีข้อสงสัย แต่ทุกพรรคก็มีการซื้อขายเสียงเช่นกัน)

ทักษิณได้ตั้งพรรคพลังประชาชนขี้นมาแทนในทันที แต่ทักษิณไม่สามารถหลบเลี่ยงคำวินิจฉัยของศาลในเรื่องการซื้อที่ดินในกรุงเทพ ซึ่งนักการเมืองไทยคนอื่นไม่เคยถูกลงโทษในคดีที่หนักกว่านี้ คดีนี้แม้จะเกี่ยวข้องกับเงินที่ไม่มากนักสำหรับทักษิณ แต่สุดท้ายทักษิณต้องหนีออกจากประเทศไทยเพื่อเลี่ยงการติดคุก

ปีที่แล้ว กองทัพได้ประเมิณสถานการณ์ว่าเป็นการปลอดภัยที่จะให้มีการเลือกตั้ง พรรคพลังประชาชนของคุณทักษิณชนะการเลือกตั้ง เนื่องจากคนจนทราบว่าใครอยู่ข้างพวกเขา ทักษิณยังอยู่นอกประเทศ และได้แต่งตั้งให้คุณสมัคร สุนทรเวช มิตรที่ใกล้ชิดเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งคุณสมัครก็ได้เผชิญกับคดีในทันที เพราะเมื่อต้นปีนี้ศาลได้วินิจฉัยว่าคุณสมัครได้กระทำการนอกหน้าที่ ที่ได้ใช้เวลานอกตำแหน่งเป็นพิธีกรของรายการทำอาหาร

ปลายเดือนกันยายน สมชาย วงศ์สวัสดิ์น้องเขยของทักษิณได้ขี้นเป็นนายกรัฐมนตรี พันธมิตรเริ่มมีการประท้วงอย่างต่อเนื่อง และค่อยๆทำให้รัฐบาลบริหารงานไม่ได้ สี่อาทิตย์ที่ผ่านมาพันธมิตรได้เข้ายึดสนามบินทั้งสองแห่งในกรุงเทพ ปิดธุรกิจการท่องเที่ยว ซึ่งมีมูลค่าร้อยละ 6 ของเศรษฐกิจไทย เมื่อต้นเดือนธันวาคมนี้ศาลก็ได้พิจารณาตัดสินเข้าข้างฝ่ายพันธมิตรอีกเช่นเคย โดยมีวินิจฉัยให้ยุบพรรคพลังประชาชนและพรรคร่วมรัฐบาล

เหมือนฟางเส้นสุดท้าย ผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นคิดว่าหมดยุคทักษิณแล้ว ได้เริ่มขายเสียงให้กับพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้ง โดยไม่จำเป็นจะต้องหาเสียงจากชาวชนบท เพียงแค่เสนอให้มีสมาชิกรัฐสภามาจากการแต่งตั้งร้อยละ 70 และจากการเลือกตั้งร้อยละ 30 เพราะผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นจะเริ่มกลับไปใช้วิธีซื้อเสียงชาวชนบทในแบบเดิมๆ

ผลที่ออกมาแม้จะน่าเสียใจ แต่ไม่ใช่เรื่องแปลก ในปัจจุบันมีประเทศในเอเซียไม่กี่ประเทศที่ปกครองประเทศด้วยระบอบเผด็จการอย่างเปิดเผย นั่นคือ จีน เวียตนาม และพม่า แต่ศักดินาและเจ้าของแผ่นดินตัวจริง ยังคงเป็นผู้กำหนดชะตากรรมของประเทศที่ทำเป็นเรียกว่าประชาธิปไตย ทักษิณแม้จะมีความผิด แต่ทักษิณได้พยายามจะเปลี่ยนประเทศให้หลุดออกจากระบบเดิม แต่โชคร้าย ทักษิณทำไม่สำเร็จ

แปลและเรียบเรียงโดย chapter 11
ที่มาhttp://www.tehrantimes.com/index_View.asp?code=185016

Advertisements
No comments yet

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: