Skip to content

ประเทศไทย แมลงสาบยึดประเทศ

วันจันทร์ 15 ธันวาคม 2008

Thailand: The Cockroaches take over
New MandalaBy Giles Ji Ungpakorn – Turn Left Thailand
15 ธันวาคม 2551

การที่หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้รับเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ก็คือขั้นตอนสุดท้ายของการรัฐประหารครั้งที่ 2 ที่มีต่อรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง หลังจากที่กลุ่มพันธมิตรได้ก่อความวุ่นวายบุกยึดสนามบินหลายแห่ง ศาลได้เอื้อมมือเข้ามาวินิจฉัยยุบพรรคการเมืองที่ได้รับเสียงข้างมากจากประชาชนเป็นครั้งที่ 2 ผู้บัญชาการทหารบกได้เรียกประชุมพรรคประชาธิปัตย์และพรรคร่วม ที่บางคนได้ชื่อว่าโกงมากที่สุด เป็นที่เชื่อกันอย่างกว้างขวางว่าผู้บัญชาการทหารบกและหลายฝ่าย ได้ข่มขู่และให้สินบนแก่สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร เพื่อให้แปรพักตร์ หนึ่งในหัวหน้ากลุ่มคือ เนวิน ชิดชอบ ซึ่งบิดาเป็นผู้ตั้งชื่อให้ตามเผด็จการพม่า

สำหรับนักท่องเน็ตแล้ว พรรคประชาธิปัตย์ ถูกเรียกว่า “พรรคแมลงสาบ” ก็เพราะแมลงสาบอาศัยอยู่ในที่สกปรกและทนทายาด พรรคประชาธิปัตย์อยู่รอดมาหลายปี เคยเป็นพรรครัฐบาลในช่วงวิกฤติหลายครั้ง พรรคที่ชื่อเหมือนจะเป็นประชาธิปไตยนี้ มีระบบที่อยู่ตรงข้ามกับประชาธิปไตย พรรคนี้สนับสนุนการรัฐประหารในปี 2549 รัฐธรรมนูญฉบับคณะรัฐประหาร และพันธมิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฏรคนหนึ่งของพรรคประชาธิปัตย์ ได้เป็นหัวหอกของแก๊งที่เข้ายึดสนามบิน ใน 30 ปีที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยได้รับเสียงข้างมากในสภา พรรคประชาธิปัตย์ ไม่เคยเป็นตัวแทนของประชาชน ในสมัยรัฐบาลทักษิณพรรคประชาธิปัตย์ใช้เวลาทั้งหมดวิจารณ์โครงการณ์ 30บาทรักษาทุกโรค และนโยบายเพื่อคนจน ช่วงวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 พรรคประชาธิปัตย์ใช้เงินงบประมาณในการอุ้มธนาคารต่างๆ รับประกันเงินฝากสำหรับเศรษฐี บอกคนยากจนว่าให้ต่อสู้และพึ่งพาครอบครัวของตัวเอง แม้กระทั่งชื่ออภิสิทธ์ในความหมายภาษาไทยคือ “สิทธิพิเศษ” อภิสิทธ์มาจากครอบครัวที่รำรวยและจบการศึกษาจากออกซ์ฟอร์ด

การรัฐประหารครั้งแรกเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 เป็นการทำรัฐประหารอย่างตรงๆ ใช้รถถังและทหารแต่งเครื่องแบบติดโบว์สีเหลือง คณะรัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญฉบับประชาธิปไตยทิ้งเสีย และร่างฉบับเผด็จการขี้นมาแทน สมาชิกวุฒิสภาครึ่งหนึ่งได้รับเลือกตั้งมาจากกองทัพและจากหลายฝ่ายที่อ้างว่าเป็นอิสระ คณะรัฐประหารได้แต่งตั้งตัวเองในงานรัฐบาลต่างๆ คณะรัฐประหารยังให้ศาลยุบพรรคไทยรักไทยโดยไม่สนใจว่าจะเป็นพรรคที่ชนะการเลือกตั้งซ้ำแล้วซ้ำเล่า

พรรคไทยรักไทยของทักษิณยังคงเป็นพรรคที่ได้รับนิยมของคนไทยส่วนใหญ่ มีนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรคและนโยบายที่กระตุ้นเศรษฐกิจของหมู่บ้าน จุดประสงค์เพื่อพัฒนาชาติไทยทั้งประเทศ เพิ่มระดับการศึกษาและการดูแลสุขภาพสำหรับประชาชนทั่วไป เป็นสูตรชัยชนะของการร่วมกันระหว่างพรรคนายทุนที่เห็นแก่คนยากจน ทั้งคนในเมืองและคนชนบท

แผนการณ์ปรับปรุงประเทศเข้าสู่โลกาภิวัฒน์ของคุณทักษิณ รวมไปถึงการปรับปรุงโครงสร้างภายในเช่น โครงการระบบขนส่งมวลชนของกรุงเทพ ได้ทำให้กลุ่มอำนาจเก่าไม่พอใจ กษัตริย์ไม่ได้เป็นผู้นำกลุ่มอำนาจเก่าตามที่นักวิเคราะห์การเมืองทั้งหลายคิด กลุ่มอำนาจเก่าประกอบไปด้วยผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น นักการเมือง กองทัพ ผู้พิพากษาหัวโบราณและพรรคประชาธิปัตย์ มีนักธุรกิจอย่าง สนธิ ลิ้มทองกุล ที่แรกเริ่มก็สนับสนุนทักษิณ และกลายมาเป็นศัตรูเมื่อเสียผลประโยชน์ เข้าร่วมกลุ่มพันธมิตร ซึ่งเป็นกลุ่มอันธพาลที่ก่อความวุ่นวาย ยึดทำเนียบรัฐบาล ทำลายสถานที่ราชการ ขโมยอาวุธและพยายามจะปิดรัฐสภา ความวุ่นวายครั้งหลังสุดที่พันธมิตรก่อขี้นคือ การเข้ายึดสนามบินนานาชาติสองแห่ง โดยมีกองทัพให้การสนับสนุนอย่างออกหน้า พันธมิตรและกลุ่มอำนาจเก่าต้องการลดความเป็นประชาธิปไตยลง พวกนี้ต้องการลดจำนวนสมาชิกรัฐสภาที่มาจากการเลือกตั้ง เข้มงวดกับกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพมากขี้น ทำลายความร่วมมือระหว่างคนยากจนและทักษิณ พวกนี้โกรธแค้นที่คนจนมาเป็นนักการเมือง โกรธแค้นกับความจริงที่ว่างบประมาณได้ถูกใช้กับระบบสาธารณสุข การพัฒนาชนบทและการศึกษา พวกนี้ต้องการแต่สิทธิพิเศษที่เคยมีเคยได้ ส่งเสริมนโยบายรัดเข็มขัด(ยกเว้นพวกชนชั้นสูงและการใช้จ่ายของกองทัพ) และโฆษณาเรียกร้องให้คนยากจนรู้จักเพียงพอต่อความยากจนของตัวเอง คนพวกนี้ใช้นโยบายการตลาดให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจพอเพียงของกษัตริย์ ข้อแก้ตัวสำหรับการอยู่ตรงข้ามประชาธิปไตยคือ การอ้างว่าคนจนนั้นโง่เกินไปที่จะมีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง

กษัตริย์ไทยอ่อนแอเสมอ กองทัพ คณะรัฐประหาร และศักดินาได้สร้างสถานภาพของพระองค์ โดยให้เราทั้งหมดคิดว่ากษัตริย์เป็นราชาธิปไตยอย่างสมบุรณ์ อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ภาพพจน์ที่ถูกสร้างขี้นมาเพื่อเป็นเกราะป้องกันชนชั้นปกครองทั้งหมด และสร้างบรรยากาศแห่งความกลัว กองทัพต้องการเกราะป้องกันเช่นนี้ เนื่องจากเป็นการไม่ถูกต้องสำหรับกองทัพที่เข้ามามีอำนาจทางการเมืองนอกเสียจาก จะประกาศตนว่าทำเพื่อปกป้องสถาบัน

จากวิกฤติการเมืองในอดีต เช่นในปี 2516 และ 2535 กษัตริย์เข้าแทรกแซงในภายหลัง หลังจากที่ทราบว่าใครได้ชัยชนะ ในวิกฤติปัจจุบันกษัตริย์ได้นิ่งเฉย ไม่ทรงพยายามกระทำการใดๆที่จะแก้วิกฤตินั้น กษัตริย์ทรงอ้างว่าเจ็บคอและไม่ให้พระบรมราโชวาทในวันเฉลิมพระชนมพรรษาเมื่อวันที่ 4 ธันวาคมปีนี้

มิติของราชวงศ์ต่อวิกฤติครั้งนี้คือเป็นการต่อสู้ของศักดินาสองกลุ่ม กลุ่มแรกประกาศตัวว่าเป็นกลุ่มเชื้อพระวงศ์ และการประกาศของกลุ่มที่อยู่ตรงข้ามทักษิณ เช่นนี้ทำให้เกิดวิกฤติสำหรับราชวงศ์ เพราะหมายถึงราชวงศ์ได้เกี่ยวข้องกับกลุ่มพันธมิตร ที่ใช้ความรุนแรงและทำผิดกฎหมาย และการกระทำของกองทัพที่สร้างภาพพจน์ของราชวงศ์ ว่าอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับประชาชนส่วนใหญ่ จากการที่ราชินีได้แสดงความสนับสนุนพันธมิตร ได้สร้างความโกรธแค้นและไม่พอใจให้กับคนไทยเป็นจำนวนมาก

รัฐบาลใหม่จะประกอบด้วยนักการเมืองที่ฉ้อโกงและไม่มีจุดยืนมากที่สุด เป็นการแสดงให้เห็นว่ากลุ่มศักดินาที่อยู่ตรงข้ามทักษิณ ไม่เคยมีความต้องการที่จะป้องกันการฉ้อโกงหรือการซื้อเสียง ต่างกับความรู้สึกที่คนชั้นกลางหลายคนได้วาดไว้ แม้แต่พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีประวัติการซื้อเสียงและการโกงกิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้ลาออกในข้อหาว่าโกงจริง แต่ศาลก็ไม่ได้วินิจฉัยให้มีการยุบพรรคประชาธิปัตย์ แค่ถูกวินิจฉัยว่ากระทำผิดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่สำหรับนักการเมืองและพรรคของทักษิณ ไม่ได้มีการโกงกินจริงๆ ไม่มีหลักฐานของการโกงเลือกตั้ง กลับถูกตัดสินไปอีกทาง โดยแท้จริงแล้วพรรคทักษิณได้ลดการซื้อเสียง จากนโยบายเพื่อคนจน สิ่งนี้ที่ทำให้กลุ่มอำนาจเก่าโกรธแค้นทักษิณ ซึ่งหมายถึงว่ากลุ่มนี้จะไล่รัฐบาลทักษิณได้ก็ต่อเมื่อ สัญญากับคนจนมากขี้นหรือใช้หลายวิธีในการก่อการรัฐประหาร

มีหลายคำถามที่ต้องการถามรัฐบาลใหม่นี้

1.รัฐบาลจะดำเนินคดีต่อแกนนำกลุ่มพันธมิตรที่ละเมิดกฎหมาย รวมถึง สส.ของพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้เข้ายึดสนามบินหรือไม่ และพันธมิตรจะไปตอบปัญหาที่เป็นตัวการให้เกิดความเสียหายต่อสภาหรือไม่ พรรคประชาธิปัตย์จะไล่ สส ที่เป็นผู้นำในการยึดสนามบินหรือไม่

2. ผู้นำกองทัพทั้งหมดจะถูกจับ จากการทำผิดกฎหมายและก้าวก่ายทางการเมืองหรือไม่ ผู้นำดังกล่าวจะถูกจับในกรณีที่ให้ไฟเขียวในการเข้ายึดสนามบินและทำลายความมั่นคงของสนามบินหรือไม่

3. รัฐบาลจะต่อสู้เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับด้อยประชาธิปไตย หรือ จะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเพิ่มความเป็นประชาธิปไตย

4. การเลือกตั้งใหม่จะมีขี้นโดยเร็วที่สุดเพื่อให้ประชาชนได้ออกเสียงหรือไม่

5. รัฐบาลจะใช้มาตราการใด ในการที่จะปกป้องคนจนจากผลกระทบของวิกฤติเศรษฐกิจ มีนโยบายสร้างงานอย่างไร มีวิธีการใดไม่ให้คนงานถูกโรงงานให้ออก รัฐบาลจะเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำและตัดภาษีมูลค่าเพิ่ม เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไหม จะเพิ่มภาษีของคนรวยเพื่อช่วยคนจนไหม

6. รัฐบาลจะลงโทษข้าราชการ ที่ฆ่าผู้ประท้วงที่ปราศจากอาวุธในภาคใต้ที่ตากใบในสมัยรัฐบาลทักษิณไหม รัฐบาลจะถอนกำลังทหารและตำรวจออกจากพื้นที่ เพื่อให้สถานการณ์ทางการเมืองอยู่ในความสงบหรือไม่

7. รัฐบาลจะให้ความมั่นใจต่อความไม่ลำเอียงของสื่อ โดยให้กลุ่มคนเสื้อแดงได้มีสิทธิวิพากษ์วิจารณ์หรือไม่ หรือรัฐบาลจะเพิ่มการเซนเซ่อร์มากขี้น และให้สื่อเอียงมากขี้นใช่ไหม หรือรัฐบาลจะล้มเลิกกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และอนุญาตให้ประชาชนได้วิจารณ์ศาลหรือไม่

เราหลายๆคนก็สามารถเดาคำตอบได้แล้วว่าคือ………

แปลและเรียบเรียงโดยchapter 11
ที่มาhttp://rspas.anu.edu.au/rmap/newmandala/2008/12/15/ji-ungpakorn-on-thailands-second-coup/#more-3842

Advertisements
No comments yet

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: