Skip to content

ไทย รัฐประหารครั้งที่สองเพื่อมหาเศรษฐี

วันศุกร์ 12 ธันวาคม 2008

Thailand: A Second “Coup for the Rich”
by Giles Ji Ungpakorn (ใจ อึ้งภากรณ์)
11 ธันวาคม 2551

ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ยุบพรรคการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งเป็นครั้งที่สอง บังคับให้รัฐบาลลาออก อันเป็นผลมาจากการปฎิเสธความช่วยเหลือจากกองทัพและตำรวจในการเปิดสนามบินแห่งชาติสองที่ ที่ถูกกลุ่มกองโจรพันธมิตรปิดล้อม กลุ่มนิยมเจ้าที่ต่อต้านรัฐบาลประกอบไปด้วย กลุ่มโจรพันธมิตร กองทัพ ตำรวจ ศาล สื่อหลัก พรรคประชาธิปัตย์ อาจารย์ทีมีฐานะปานกลางเกือบทั้งหมด และ ราชินี คนเหล่านี้ได้อยู่เบื้องหลังการรัฐประหารโดยศาล หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เป็นหนึ่งในแกนนำในการปิดล้อมอย่างผิดกฎหมายของสนามบินสองแห่งนั้น กลุ่มพันธมิตรเสื้อเหลืองมีกองป้องกันพร้อมอาวุธซึ่งได้ยิงเข้าใส่ฝ่ายตรงข้ามซ้ำแล้วซ้ำอีก กลุ่มพันธมิตรได้ใช้ความรุนแรงและขณะนี้ได้เรียกร้องให้ตำรวจร่วมเป็นสายตรวจ กลุ่มพันธมิตรได้ฝ่าฝืนกฎหมายซ้ำแล้วซ้ำเล่าและยังไม่มีใครกล้าแตะต้อง แกนนำพันธมิตรแทบจะไม่เคยถูกนำขี้นศาล ถ้าขี้นศาลจะได้รับการประกันตัวและอนุญาตให้กลับไปกระทำการฝ่าฝืนกฎหมายซ้ำแล้วซ้ำอีกเช่นกัน

 

คนไทยส่วนใหญ่ที่ยังยากจนต้องประสบกับชะตากรรมซ้ำซ้อน เรื่องแรกกลุ่มศักดินาสูงศักดิ์ทำทุกอย่างเพื่อจะไม่ให้คนจนเหล่านี้ได้มีสิทธิพื้นฐานขั้นต้น เรื่องที่สองงานที่หายไปจากการปิดสนามบิน งานภาคเกษตรและอีเลคโทรนิคมีผลกระทบเช่นกัน และที่แน่นอนคือขณะนี้เรากำลังประสบปัญหาวิกฤษเศรษฐกิจโลก กลุ่มศักดินาสูงศักดิ์ไม่สนใจใยดีถ้าเศรษฐกิจไทยถูกทำลายและประเทศไทยกลับไปสู่ประเทศโลกที่ 3 ที่ยากจนอีก แต่ไม่มีผลต่อกลุ่มศักดินาสูงศักดิ์ที่ยังเสวยสุขเหมือนเดิม กลุ่มประท้วงพันธมิตรเป็นกลุ่มชนชั้นปานกลางขวาจัดที่ไม่ต้องทำงานตั้งแต่เริ่มการประท้วงที่เนิ่นนาน

เราได้รับคำบอกเล่าจากกลุ่มศักดินาว่าคนยากจนนั้น “โง่มากเกินไปที่จะมีสิทธิลงคะแนนเสียง” กองทัพได้ทำการรัฐประหารในปี 2549 และได้แก้ไขรัฐธรรมนูญลดความเป็นประชาธิปไตยลงและเพื่อให้พวกตัวเองรอดพ้นความความผิดต่างๆ ผลการเลือกตั้งแต่ละครั้งพรรคไทยรักไทย หรือ พลังประชาชนยังได้รับเสียงข้างมากทุกครั้ง และพลังประชาชนได้เปลี่ยนเป็นพรรคเพื่อไทยอีกครั้ง ถ้าจะมีการเลือกตั้งอย่างยุติธรรม หรือ ศักดินาสูงศักดิ์จะทำอะไรก็ได้เพื่อให้คนของตัวเองชนะ

ต้นตอของวิกฤติครั้งนี้คืออะไร

ต้นตอของวิกฤติครั้งนี้ไม่ใช่จากการโกงกินของรัฐบาลทักษิณในอดีต ไม่ใช่จากการซื้อเสียง การปกครองประเทศที่ดี สิทธิมนุษยชน หรือจากกฎหมาย เป็นที่ทราบกันว่านักการเมืองทุกพรรครวมถึงพรรคประชาธิปัตย์ได้ซื้อเสียง กลุ่มศักดินาสูงศักดิ์ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง ข้าราชการ หรือทหารก็มีประวัติการโกงกินเช่นกัน นอกจากจะทำผิดกฎหมายแล้วพวกศักดินาสูงศักดิ์เล่านี้ ยังร่ำรวยจากการทำนาบนหลังคนไทยและชาวนาตัวเล็กๆ พรรคประชาธิปัตย์ล้วนแล้วมีแต่มหาเศรษฐีในพรรค

พรรคไทยรักไทยได้ช่วยลดการขายเสียง เพราะเป็นพรรคแรกในหลายสิบปีที่มีนโยบายเป็นรูปธรรม ที่ทำเพื่อคนยากจน พรรคไทยรักไทยได้เสนอประกันสุขภาพครอบจักรวาลและกองทุนหมูบ้าน ชาวบ้านได้เทคะแนนเสียงเพราะนโยบายนี้ พรรคประชาธิปัตย์และกลุ่มศักดินาสูงศักดิ์เกลียดพรรคทักษิณที่จับมือร่วมกับคนยากจนนี้ เกลียดที่ทักษิณได้ใช้งบประมาณแผ่นดินในการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของคนยากจน นี่เป็นสาเหตุให้เกิดกลุ่มต่อต้านประชาธิปไตย พันธมิตรได้เรียกร้องให้มีการลดจำนวนรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งและไม่ต้องการให้มี หนึ่งเสียงหนึ่งโหวต ต้นตอปัญหาที่แท้จริงคือกลุ่มศักดินาสูงศักดิ์ที่คอยขัดขวางคนจนและประชาธิปไตย กลุ่มศักดินานี้จะทำผิดกฎหมายทันทีถ้าตัวเองจะได้ผลประโยชน์

ตัวแทนกลุ่มธุรกิจและศักดินาสูงศักดิ์ได้เรียกร้องให้มีการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ ผู้นำพรรคประชาธิปัตย์สมัครเพื่อเป็นนายกรัฐมนตรี รัฐบาลแห่งชาติคือการทำรัฐประหารของฝ่ายศาลเพื่อคนรวย จะเป็นชัยชนะของกลุ่มพันธมิตรและทำลายการเลือกตั้ง

กลุ่มคนเสื้อแดงที่จัดตั้งมาจากนักการเมืองฝ่ายรัฐบาลเป็นความหวังเพียงอย่างเดียวของประชาธิปไตยไทย กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่เรียกร้องประชาธิปไตยเพื่อคนจนอย่างแท้จริง กลุ่มนี้ไม่ใช่กลุ่มมารพันธมิตรเป็นกลุ่มเรียกร้องความเป็นธรรมของสังคม นักวิชาการมองไม่เห็นจุดนี้ กลุ่มเสื้อแดงก็ไม่ใช่กลุ่มพลังบริสุทธิ์ ไปเสียทั้งหมด หลายๆคนทำเพื่อทักษิณ กลุ่มนี้ลืมเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนทางภาคใต้และสงครามยาเสพติด แต่กลุ่มพันธมิตรก็เพิกเฉยในเรื่องนี้เช่นกัน

ตลอดวิกฤติ 3 ปี กลุ่มเอ็นจีโอในไทยส่วนใหญ่ (โดยเฉพาะคณะกรรมการ) ประสบความล้มเหลวในการสนับสนุนประชาธิปไตย หลายๆคนได้สนับสนุนรัฐประหารในปี2549 หลายๆคนสนับสนุนรัฐธรรมนูญฉบับรัฐประหาร ขณะนี้เอ็นจีโอได้ทำเฉยหรือสะท้อนความต้องการของผบ ทบ ที่กล่าวว่ารัฐบาลนี้ควรลาออก ซึ่งไม่เคยมีความพยายามจะสร้างสังคมที่มีประชาธิปไตย หลายๆคนคิดว่า คนจน “ไร้การศึกษาและขาดข้อมูลในการลงคะแนนเสียง” มียกเว้นคือ มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนที่เชียงใหม่เป็นเลือดใหม่ของเอ็นจีโอที่เอียงซ้าย

งานหลายๆล้านตำแหน่งที่ถูกทำลายเพราะพิษเศรษฐกิจของโลกและความวุ่นวายของสังคมไทย คนยากจนลง แต่ทั้งพรรคประชาธิปัตย์ กองทัพ กลุ่มศักดินาสูงศักดิ์ และกลุ่มเอ็นจีโอเหล่านี้ไม่ใส่ใจที่จะสร้างนโยบายเพื่อยกระดับฐานะของคนจน พวกเหล่านี้ปรบมือให้กับ “เศรษฐกิจพอเพียง” ของกษัตริย์และเน้นเรื่องการประหยัด อีกนัยหนึ่งคือคนจนจะต้องตัดค่าใช้จ่ายและเรียนรู้การมีชีวิตอยู่อย่างยากจนของตัวเอง ในขณะที่คนรวยยังคงมีชีวิตอยู่อย่างหรูหรา

เราต้องการอย่างมากที่จะให้รัฐบาลใช้งบประมาณกับโครงสร้างภายใน การปกป้องแรงงาน และการขยายนโยบายประกันสังคมอย่างยิ่ง ควรลดหรือตัดภาษีมูลค่าเพิ่มแต่เพิ่มภาษีคนรวยโดยไม่มีข้อแม้ ตัดงบประมาณก้อนโตของทหาร เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ ชาวนาที่ยากจนควรได้รับการคุ้มครอง สิ่งเหล่านี้จะเกิดขี้นได้ก็ต่อเมื่อมีประชาธิปไตยเต็มใบ

นี่คือสาเหตุที่ทำไมเราจะต้องยับยั้ง “การรัฐประหารเพื่อมหาเศรษฐี”

ใจ อึ้งภากรณ์ เป็นอาจารย์คณะรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ กรุงเทพ ประเทศไทย บทความนี้ปรากฎครั้งแรกในเวปไซต์ของ Turn Left และ ปรากฎอีกครั้งเพื่อผลประโยชน์ทางการศึกษา

แปลและเรียบเรียงโดย – chapter 11
ที่มา –
http://mrzine.monthlyreview.org/ungpakorn111208.html

Advertisements
One Comment leave one →
  1. วันจันทร์ 9 มีนาคม 2009 16:33 น.

    มันคือความจริง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: