Skip to content

ศาลไทยให้รางวัลพวกโจร

วันเสาร์ 6 ธันวาคม 2008

Thai court rewards criminality
4 ธันวาคม 2551
By Awzar Thi
ทีมา – Column: Rule of Lords
แปลและเรียบเรียง – chapter 11

ประวัติศาสตร์ชาติไทยได้ซ้ำรอยอีกครั้งในอาทิตย์นี้ เป็นครั้งที่สองในหลายๆปีที่ศาลสูง ได้ตัดสินยุบพรรคการเมืองที่ใหญ่ที่สุด และพรรคร่วมอีก 2 พรรค และห้ามผู้บริหารพรรคการเมืองดังกล่าวกลับสู่การเมือง

ศาลรัฐธรรมนูญซึ่งได้รับการแต่งตั้งจาก คมช. ได้มีคำสั่งยุบพรรครัฐบาล และมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ยุบพรรคร่วมรัฐบาลด้วย ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญของปีพ.ศ.2550 มาตรา 237 ในมาตราย่อย ซึ่งคณะศาลที่มาจากการจัดตั้ง และเป็นตัวแทนของคณะรัฐประหารปีพ.ศ.2549 ได้เขียนไว้ว่า พรรคการเมืองจะต้องถูกยุบ ถ้าผู้บริหารพรรคนั้นไม่สามารถจะป้องกันการทำผิดกฎหมายการเลือกตั้งได้ กฎนี้เปรียบเสมือนกับกฎของกีฬาฟุตบอลที่ว่า ถ้าผู้เล่นเพียงคนเดียวได้รับใบแดง ทั้งทีมจะต้องถูกไล่ออกจากสนานฟุตบอล ทั้งกัปตันทีมและโค้ชถูกสั่งให้เกษียณก่อนกำหนด

กฎหมายนี้ยินยอมให้กลุ่มหัวรุนแรงทางการเมือง ใช้ฝูงคนหลายพันคนเป็นเกราะป้องกันตัวเอง เข้ายึดสนามบินหลายสนามบินกินเวลานานถึงหนึ่งอาทิตย์ ประกาศชัยชนะ และกลับบ้านในวันศุกร์อันเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาของกษัตริย์ ไม่ว่าเนื้อหาของกฎหมายจะระบุอย่างไร ศาลได้ถูกมองไปแล้วว่า ได้เห็นด้วยกับกลุ่มหัวรุนแรงนี้ ศาลชี้ว่าการซื้อเสียงเป็นเรื่องที่ยินยอมไม่ได้ แต่การยึดสถานที่ราชการ การทำลายข้าวของทางราชการ การยิงคนและรถยนต์ ยึดประชาชนเป็นตัวประกัน ทำร้ายเจ้าหน้าที่ของรัฐและแต่งตั้งตัวเองเป็นตำรวจขึ้น ไม่เพียงแต่ได้รับความยินยอมจากศาล แต่ยังได้รับการชมเชยอีกด้วย

อาจดูเป็นการเหมาะสม สำหรับกลุ่มที่เห็นด้วยกับรัฐบาล ซึ่งไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของศาล และเรียกศาลว่าตัวตลก ได้บีบให้ศาลเปลี่ยนคำวินิจฉัยและได้ทำลายเครื่องปั่นไฟฟ้า การโจมตีศาลและเจ้าหน้าที่ศาลอย่างรุนแรงของประชาชน เป็นเรื่องที่ไม่ค่อยมีปรากฏสำหรับประเทศไทย ไม่ได้พูดเพียงแต่เรื่องที่กำลังขัดแย้งอย่างรุนแรงในขณะนี้ แต่ได้พูดถึงการที่ศาลได้ขาดความชอบธรรม

ผู้พิพากษาได้ยืนยันว่านักการเมืองผิดจริง และไม่มีวิธีอื่นนอกเสียจากการยุบพรรคการเมืองทั้งสาม ซึ่งเป็นความจริงใช่ไหม ทำไมศาลต้องวินิจฉัยให้ยุบพรรคการเมือง ไม่มีการวินิจฉัยให้ได้เป็นอย่างอื่นได้อีกหรือ ปัญหาข้อหนึ่งที่ว่า ในหลายๆปีที่ผ่านมา ศาลได้วินิจฉัยคดีการเมืองที่ควรเป็นเรื่องใหญ่ให้เหมือนเป็นเรื่องเล็ก ราวกับจะเป็นประเพณีของไทยที่ว่า ศาลเพิกเฉยกับการที่คณะรัฐประหารยึดประเทศในปีพ.ศ.2549 และศาลยอมให้ คมช. ใช้เป็นเครื่องมือ ในเดือนพฤษภาคม 2550 ศาลแสดงความเห็นชอบกับ คมช. และการวินิจฉัยของศาลในอาทิตย์นี้ ได้ใช้รัฐธรรมนูญฉบับคมช ประกอบการตัดสิน และในเดือนกันยายนที่ผ่านมา ศาลเดียวกันนี้ ได้วินิจฉัยอย่างไม่น่าเชื่อว่า ให้ปลดนายกรัฐมนตรีที่ออกทีวีในรายการทำอาหาร พ้นจากตำแหน่ง

เมื่อศาลวินิจฉัยแล้วไม่ควรมีการเปลี่ยนคำวินิจฉัยนั้น หรือศาลไม่ควรถามเนื้อหาสาระของมาตราใดที่รัฐบาลยังไม่พิจารณาเสร็จสิ้น ซึ่งเดือนที่แล้วสภามีการแปรญัตติของมาตรานั้น แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีทางเลือกอย่างอื่น

ผู้พิพากษาทั้งโลกปฏิเสธที่จะวินิจฉัยคำถามของฝ่ายการเมือง ศาลทราบว่าการทำแบบนี้จะเป็นการทำลายความมั่นใจของคนที่มีต่อศาล และทำให้ศาลหมดความน่าเชื่อถือ คดีดังที่มีให้เห็นคือ คดีที่ศาลได้วินิจฉัยให้ จอร์จ ดับบลิว บุช เป็นผู้ได้รับตำแหน่งประธานาธิบดีของอเมริกา ถึงแม้ศาลสูงสุดได้เข้ามารับผิดชอบต่อความวุ่นวายในกรณีบัตรเลือกตั้งใน ฟลอริด้า ผู้พิพากษาที่ไม่เห็นด้วยกับกรณีดังกล่าวนี้ 4 ท่านได้เตือนว่า ศาลได้ถูกลากเข้ามายุ่งเกี่ยวในปัญหาที่ไม่สามารถแก้ได้ และไม่ใช่หน้าที่ของศาลที่จะเข้ามาแก้ปัญหาดังกล่าว

หนึ่งในผู้พิพากษา สตีเว่น ไบรเออร์ได้อธิบายถึงบทเรียนในอดีตว่า ในปี 1876 ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาว่าใครจะได้รับการดัดสินให้เป็นประธานาธิบดี ในปีนั้น ในคณะกรรมการ 15 คน มี 5 คนเป็นผู้พิพากษา โดยได้ตั้งความหวังไว้เหมือนกับหลายๆสิ่งหลายๆอย่างในประเทศไทยในขณะนี้ว่า จะช่วยให้การตัดสินดูมีเป็นกลางและยุติธรรม คณะกรรมการคนหนึ่งได้ลงคะแนนเสียง พรรคที่แพ้ได้กล่าวหากรรมการคนนี้ว่ารับสินบน และได้ถูกโจมตีอย่างหนัก ไม่ว่ากรรมการคนนั้นจะซื่อสัตย์หรือไม่ก็ตาม ก็ไม่ใช่ประเด็น ประเด็นที่สำคัญก็คือ การมีผู้พิพากษาในคณะกรรมการตัดสิน ไม่ได้ทำให้คณะกรรมการนั้น ดูถูกต้องตามทำนองคลองธรรม หรือแม้แต่สร้างความเชื่อมั่นต่อสาธารณชนว่า ขบวนการขั้นตอนเป็นไปอย่างยุติธรรมตามตัวบทกฎหมาย เขาได้เขียนต่อไปอีกว่า ทำให้ศาลดูมีความลำเอียง และทำลายความเคารพที่มีต่อขบวนการยุติธรรม

ประวัติศาสตร์ได้ปกป้องไบรเออร์และผู้พิพากษาที่ไม่เห็นด้วยเช่นเดียวกับเขา ความเคารพที่สาธารณชนมีต่อศาลสูงสุดของอเมริกาได้ลดถึงระดับต่ำสุดในรอบสิบปี จากผลวินิจฉัยให้จอร์จ บุชชนะอัล กอร์ รวมถึงการตัดสินในคดีอื่น ศาลอาจมอบหมายบุคคลเข้านั่งในที่ทำงานในรัฐบาล เช่นเดียวกับในปี 1876 แต่ศาลไม่ได้ให้เครดิตต่อบุคคลนั้นหรือรัฐบาลนั้น มีแต่จะเพิ่มความขัดแย้งและข้อพิพาทมากขึ้น

อีกครั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญในประเทศไทยได้ถอดถอนเจ้าหน้าที่รัฐบาล และเช่นเดียวกัน ไม่ได้สร้างความน่าเชื่อถือให้กับใครหรืออะไรเลย มีแต่เป็นตัวตลกอีกครั้ง และระบบยุติธรรมถูกเสียดสีล้อเลียนอีกครั้ง มีวิธีอื่นไหม ย่อมมีแน่ ไม่ใช่ไม่มีทางเลือกอย่างอื่น ศาลควรปฏิเสธที่จะวินิจฉัย แต่เพราะศาลไม่ยอมหาทางเลือกทางอื่นเสียมากกว่า

Advertisements
No comments yet

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: