Skip to content

กษัตริย์ไทยครองอันดับ1นักลงทุนในตลาดหุ้น

วันอังคาร 28 ตุลาคม 2008

Thai King Strengthens Grip on Stocks as Nation’s No. 1 Investor
By William Mellor
ที่มา – Bloomberg
แปลและเรียบเรียง – chapter 11

– บทความนี้ไม่แน่ใจว่าเผยแพร่เมื่อไร แต่แก้ไขครั้งหลังสุดเมื่อ 31 กรกฎาคม 2550

1 สิงหาคม (บลูมเบิร์ก) – วันจันทร์เป็นวันที่แตกต่างจากวันอื่นในประเทศไทย เพราะเป็นวันประสูติของกษัตริย์ภูมิพล อดุลยเดช กษัตริย์ที่ครองราชย์นานที่สุดของโลก

ในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประเทศนี้ ไม่ว่าจะเป็นข้างทางรถไฟ เรือ และรถเข็นขายข้าวแกงข้างทาง ตั้งแต่ระดับผู้บริหารระดับสูงไปจนถึงคนกวาดขยะได้แต่งสีเหลือง เพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อกษัตริย์ของพวกเขา

นักลงทุนต่างๆมองหาเหตุผลที่จะตื่นเต้นกับกษัตริย์ภูมิพลด้วยเช่นกัน จากหุ้นมูลค่า ห้าพันล้านดอลล่าห์ (165,000,000,000 บาท คำนวณจากอัตรา$1 = 33 บาท) ที่กษัตริย์อายุ 79 ปีครอบครองผ่านสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งจัดตั้งขึ้นมาโดยรัฐบาลไทย ซึ่งมีบรรยากาศของการเปลี่ยนแปลงที่ดีที่สุดของประเทศ

ในเดือนกันยายน 2549 กองทัพไทยได้ทำรัฐประหารแบบไม่เสียเลือดเนื้อขับไล่นายกทักษิณ ชินวัตร ดัชนีตลาดหุ้นของไทยที่เคยดีดตัวขึ้นถึง 136% ในปี 2546 ถือว่าเป็นการเพิ่มขึ้นที่ดีเป็นอันดับสามของโลก ได้ดิ่งลง 15% หรือ 23 พันล้านดอลล่าห์ในแค่วันเดียวในเดือนธันวาคม ในวันที่ 31 กรกฎาคม ดัชนีหุ้นได้อยู่ที่ 859.76 จุด เท่ากันกับปีนี้ที่หุ้นขึ้น 27% แต่ยังเป็นเพียงครึ่งหนึ่งของปี 2537 ที่ดัชนีหุ้นอยู่ที่ 1753 จุด ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ลดค่าเงินบาท และฟองสบู่แตกในเดือนกรกฎาคม 2540

นับตั้งแต่วิกฤติค่าเงินบาท ประเทศไทยซึ่งมีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้รับผลกระทบจากกลุ่มแบ่งแยกดินแดนมุสลิมที่ต้องการแยกตัวเป็นอิสระจากประเทศ ที่มีคนนับถือศาสนาพุทธมากกว่า 90% คณะรัฐประหารที่ได้ขับไล่รัฐบาลทักษิณประกาศกฎอัยการศึกบางพื้นที่และได้ยุบสภา ไม่ว่าความยุ่งยากจะเป็นอย่างไร หุ้นของกษัตริย์ภูมิพลทำได้ดีกว่ามูลค่าหุ้นอื่นในตลาด

ความมั่นคง

จูดี้ เบนน์ ผู้อำนวยการบริหารของหอการค้าอเมริกาในประเทศไทยกล่าวว่า “กษัตริย์ถือว่าเป็นศูนย์ความมั่นคงของสังคมไทย”

กษัตริย์ภูมิพลได้ถือหุ้นใหญ่ที่สุด ท่านมีหุ้น 30% ของกลุ่มปูนซีเมนต์ไทย(มหาชน) อันเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีคนงาน 24,000 คน และมีผลผลิตตั้งแต่ปิโตรเคมิคอลจนถึงวัสดุก่อสร้าง เมื่อ 31 กรกฎาคม ราคาหุ้นปูนซีเมนต์ไทยอยู่ที่ 272 บาท เทียบกับราคาในเดือนมิถุนายน 2541 ที่ราคาเพียง 17 บาท มีมูลค่าเพิ่ม 16 เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับที่ดัชนีหุ้นไทยลดลงสี่เท่าในปี 2541 ธนาคารไทยพานิชย์ (มหาชน) ธนาคารใหญ่อันดับสามของไทย ซึ่งกษัตริย์มีหุ้น 21% ในวันที่ 13 กรกฎาคม ปีนี้ มีมูลค่าหุ้นเพิ่มขึ้น 41% บริษัทเทเวศประกันภัย (มหาชน)ที่สำนักงานทรัพย์สินส่วนมหากษัตริย์มีหุ้น 87% ในปีนี้ราคาหุ้นเพิ่มขึ้น 28% และมูลค่าเพิ่มขึ้นจากราคาปี 2541 ถึง 500%

โดยรวมแล้วบริษัทที่ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ถือหุ้นอยู่มีมูลค่ามากกว่า 7.5% ของตลาดหุ้น ตามข้อมูลที่รวบรวมโดยบลูมเบิร์ก แต่ทักษิณได้ถือหุ้นมูลค่าเกือบ 10% ของตลาดหุ้น ก่อนที่เขาและครอบครัวจะขายออกไป

ซื้อประเทศไทย

โดยรวมแล้วตลาดหุ้นไทยล้าหลังกว่าตลาดหุ้นหลักอื่นๆ เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมตลาดหุ้นไทยในปี 2550 ได้รับปันผลน้อยที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับตลาดหุ้นอีก 14 ประเทศในเอเชีย ตามข้อมูลของบลูมเบิร์ก ประมาณว่าตลาดหุ้นไทยมีมูลค่าตอบแทน 12.6 เท่า ซึ่งเป็นเพียงหนึ่งในสามของดัชนีราคาตลาดหุ้น CSI 300 38.5 จุด ตามที่ซื้อขายในเซี่ยงไฮ้และเซินเจิ้น

ดั้ก เบอร์เนท ผู้อำนวยการฝ่ายจัดการของบริษัทเควสแมนเนจเม้นท์ในประเทศไทย มีเงินลงทุนในกองทุนไทยโฟกัสอิควิตี้ 350 ล้านเหรียญ จากเงินลงทุนของมหาเศรษฐีจูเลียน โรเบิร์ดสัน และ จอห์น เทมเปิลตัน กล่าวว่า “ตลาดหุ้นไทยขณะนี้น่าซื้อที่สุด ราคาถูก อาจจะต้องวิ่ง 40% ที่จะไล่ตามราคาเฉลี่ยของตลาดหุ้นที่เหลือของเอเชีย”

นักวิเคราะห์ของบริษัท HSBC (มหาชน) มีฐานอยู่ในฮ่องกง และ ธนาคารแมคไควมีฐานอยู่ในซิดนี่ย์ให้คำแนะนำลูกค้าให้ซื้อหุ้นในตลาดหุ้นไทย

ประชาธิปไตยรออยู่ข้างหน้าหรือ

แกรี่ อีแวนส์ นักวางแผนลงทุนของ HSBC ฐานในฮ่องกงกล่าวว่า “นักลงทุนควรย้ายการลงทุนจากตลาดหุ้นราคาสูงไปยังตลาดที่ยังไม่ได้ทำราคาเช่นในเมืองไทย” และได้คาดการณ์ไว้ว่าโอกาสที่รัฐบาลประชาธิปไตยของไทยจะมีขึ้นได้ในต้นปีหน้าถึง 70% “ราคาตลาดหุ้นจะขึ้นไปได้มากถึง 50%

เมื่อ 6 กรกฎาคม ดูเหมือนประเทศไทยจะใกล้ได้สัมผัสความเป็นประชาธิปไตย เมื่อคณะรัฐประหารจะร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ถ้ารัฐธรรมนูญได้ผ่านการเห็นชอบจากคณะกรรมการแห่งชาติ เจ้าหน้าที่ของคณะกรรมมาการเลือกตั้งกล่าวว่าการเลือกตั้งทั่วไปจะมีขึ้นได้เร็วที่สุดคือวันที่ 25 พฤศจิกายน

นักลงทุนที่กลัวต่อรัฐบาลที่มาจากการจัดตั้งของพวกปฏิวัติรัฐประหาร ได้เข้ามาในไทยเพื่อหาซื้อหุ้นราคาถูก นักลงทุนได้พนันกันว่าบริษัทต่างๆที่กษัตริย์ที่ครองราชย์มานานถึง 61 ปีหนุนหลังอยู่ ย่อมเป็นบริษัททีปลอดภัยต่อการลงทุนมากที่สุดในประเทศไทย ประเทศเกษตรกรรมและการผลิตมีพลเมือง 65 ล้านคน มีขัาวเป็นสินค้าขาออกรายใหญ่ที่สุดของโลก อีกทั้งเป็นศูนย์การต่อรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย

นายมาร์ค โมเบียส ที่บริหารเงิน 30 พันล้านดอลล่าห์ให้บริษัทเทมเปิลตั้นแอสเซ่ทแมเนจเม้นท์ในสิงคโปร์ และถือหุ้นมูลค่าสูงสุดของไทย รวมถึงปูนซีเมนต์ไทยและธนาคารไทยพานิชย์อันมีกษัตริย์ถือครองอยู่ กล่าวว่า “ดัชนีหุ้นของไทยยังต่ำกว่าราคาที่เคยสูงสุดถึง 60%”

ให้ความอุ่นใจ

นายโรเบิร์ด เพนาโลซ่า ซีอีโอของบริษัทอเบอร์ดีนแอสเซ่ทเมเนจเม้นท์กรุงเทพกล่าวว่า “เราจะอุ่นใจถ้ารู้ว่าผู้ถือหุ้นใหญ่สุดของบริษัทนี้คือราชวงศ์ซึ่งเป็นที่เคารพอย่างสูงสุดในราชอาณาจักร”

นายเพนาโลซ่าซึ่งบริหารเงิน 2,200 ล้านดอลล่าห์และถือหุ้นของปูนซีเมนต์ไทยและธนาคารไทยพานิชย์กล่าวว่า “เราได้พบว่ามูลค่าหุ้นน่าดึงดูดใจ”

กษัตริย์ที่ดูนิ่งเฉยและหลังยังตรง ยังครองอำนาจผ่านการทำรัฐประหาร 18 ครั้ง และเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีถึง 26 คน ในปี 2475 กองทัพและข้าราชการได้เข้าเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช ลดอำนาจของราชวงศ์และให้อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญคล้ายกับควีนส์อลิซาเบทที่ 2 ของอังกฤษ ในระบอบเก่าการวิจารณ์กษัตริย์จะมีความผิดและจะต้องโทษจำคุก

กษัตริย์เมื่ออายุ 18 พรรษา

ในปี 2478 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าได้ทรงสละราชสมบัติ และปราบดาภิเษกให้อานันทมหิดลที่มีพระชันษาได้ 10 ปี เป็นพระเชษฐาองค์โตของภูมิพลและอาศัยอยู่ในประเทศสวิสเซอร์แลนด์

ในเดือนธันวาคม 2488 อานันทมหิดลเดินทางกลับมาประเทศไทยเพื่อมารับมอบราชบัลลังก์ 6 เดือนต่อมา ได้พบว่าทรงสิ้นพระชนม์อยู่บนเตียงในพระบรมมหาราชวังด้วยกระสุนที่หน้าผาก และอาวุธปืนโคล์ทข้างพระวรกาย ในปี 2497 ชาย 3 คนถูกตัดสินว่าเป็นฆาตกรและโดนประหารชีวิตในปี 2498 ประวัติศาสตร์ได้เขียนว่าการตายเป็นเรื่องที่ยังสรุปไม่ได้

ภูมิพลขี้นครองราชย์เมื่อพระชนมายุได้ 18 พรรษา มีชัย วีระเดชะอดีตประธานธนาคารกรุงไทย (มหาชน) ธนาคารใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศไทยกล่าวว่า ประเทศไทยเหมือนจะขาดกษัตริย์

กษัตริย์ภูมิพลซึ่งจบการศึกษาด้านรัฐศาสตร์การปกครองและกฎหมายจากมหาวิทยาลัยโลซานประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ทรงงานเพื่อเสริมสร้างบารมีของราชวงศ์ให้กลับคืนมา ท่านได้ทรงออกสู่ชนบทและตั้งฟาร์ม เลี้ยงปลาและทำโครงการชลประทาน ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนทั้งประเทศที่ครึ่งหนึ่งอยู่กับความยากจน

อาณาจักรแห่งที่ดิน

ปัจจุบันนี้ กษัตริย์ครอบครองที่ดินถึง 13,000 เอเคอร์(32,500ไร่) โดยเนื้อที่ 3,000 เอเคอร์(7,500ไร่) อยู่ภายในและรอบๆกรุงเทพ ราคาที่ดินย่านกลางเมืองมีราคาถึง 30 ล้านดอลล่าห์ (990ล้านบาท) ต่อเอเคอร์ จากข้อมูลของบริษัทนายหน้าขายที่ดินที่ใหญ่สุดของโลกคือไทยยูนิทออฟซีบีริชาร์ดเอลลิซ (1 เอเคอร์ = 2.5ไร่)

ที่ดินผืนงามที่สุดของกษัตริย์ที่เซนทรัลเวิร์ลศูนย์การค้าใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ตลาดนัดสวนหลวงสถานที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว ถนนราชดำเนินที่กษัตริย์เป็นเจ้าของตึกเกือบทั้งหมดบนถนนนี้ และรัฐบาลต้องการสร้างถนนให้คล้ายกับ Avenue des Champs-Elysees แห่งเอเชีย และโรงแรมโฟร์ซีซั่นและดุสิตธานี

กษัตริย์ยังได้ครอบครองหุ้น 87% ของโรงแรมในเครือเคมพินสกี้ เอจี คราวน์โปรเปอร์ตี้ฐานอยู่ที่มิวนิค โดยผ่าน CPB Equity Co. มีรายงานว่าเคมพินสกี้มีมูลค่าถึง 716 ล้านดอลล่าห์ในปี 2548

ทรงต่อสู้กับอุปสรรคต่างๆ

นายคริสต์ เบเกอร์นักประวัติศาสตร์ประจำประเทศไทยที่ได้ร่วมเขียน “ประวัติศาสตร์ชาติไทย” (โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยแคมบริจน์ 320 หน้า ราคา $60) กับนางผาสุข พงศ์ไพจิตร ได้กล่าวว่า “กษัตริย์ภูมิพลได้ทรงต่อสู้กับอุปสรรคต่างๆในการฟื้นฟูราชวงศ์” และได้กล่าวต่อว่า “ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย”

สำหรับทรัพย์สินทั้งหมดที่มี กษัตริย์ภูมิพลได้ทำตัวต่างกับมหาเศรษฐี จากหนังสือของแฮนด์ลี่ ท่านทรงเสวยข้าวกล้องเพื่อสุขภาพ หลังจากที่พระเชษฐาสิ้นพระชนม์แล้ว กษัตริย์ภูมิพลและพระวงศาคณาญาติใกล้ชิด ได้ย้ายออกจากพระบรมมหาราชวังที่มีอาณาเขตถึง 150 ไร่ ไปพำนักที่พระราชวังจิตรลดาที่เล็กกว่าในเขตดุสิตกลางกรุงเทพ

กษัตริย์ภูมิพลเดินทางออกนอกประเทศไทยเพียงครั้งเดียวในรอบ 40 ปี ไปยังประเทศลาว ท่านได้ทรงเน้นเรื่อง “เศรษฐกิจพอเพียง” โดยมีนโยบายให้มีการพัฒนาไปอย่างช้าๆและมั่นคง แทนที่จะเติบโตอย่างเสี่ยงและมืดบอด

นักลงทุนได้มองกลวิธีการจัดการเศรษฐกิจของกษัตริย์ภูมิพลแบบมั่นคงมากขึ้น นายไมเคิล แบคแมนผู้เขียน “Asian Ecllipse: การเปิดโปงด้านมุมมืดของธุรกิจในเอเชีย” (สำนักพิมพ์ จอห์น ไวเลย์และบุตร 350 หน้า ราคา $29.95) กล่าวว่า “สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ไม่ต้องการจะเห็นชื่อเสียงโดยเฉพาะชื่อเสียงของกษัตริย์ในทางที่เสีย”

หุ้นไทยราคาถูก

มาร์ค เฟเบอร์ ซึ่งบริหารเงิน 300 ล้านดอลล่าห์ในฮ่องกงและถือหุ้นของปูนซีเมนต์ไทยและธนาคารไทยพานิชย์กล่าวว่า เขาอาจจะเพิ่มการถือหุ้นบางตัว “เนื่องจากตลาดหุ้นแหล่งอื่นราคาสูงมากไป และราคาหุ้นไทยขณะไม่แพงนัก”

หุ้นที่กษัตริย์ไทยถืออยู่ขณะนี้ได้รับผลกำไรลดลงจากเศรษฐกิจไทยที่ถดถอย ในปี 2549 การเติบโตของเศรษฐกิจ 5% เหลือเพียง 3.8% ในปีนี้ จากข้อมูลของธนาคารชาติ ในสามเดือนแรก กำไรสุทธิของปูนซีเมนต์ไทยลดลง 14% จาก 9,550 ล้านบาทต่อปีเมื่อปีที่แล้ว เหลือเพียง 8,210 ล้านบาท (262 ล้านดอลล่าห์) และกำไรของธนาคารไทยพานิชย์ในสามเดือนแรกก็ลดลง 12% เหลือกำไร 3,690 ล้านบาท เนื่องจากการลดลงของสินเชื่อ

เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม จากรายงานของปูนซีเมนต์ไทยว่ากำไรสุทธิในควอเตอร์ที่สองเพิ่มขึ้น 16% คือ 8,820 ล้านบาทจากการขายหุ้น กำไรของการดำเนินการลดลง 14% เหลือ 6,370 ล้านบาท ในขณะที่กำไรของบริษัทอื่นๆทำไม่ได้เท่านี้ สำหรับธนาคารไทยพานิชย์ในรายงานว่ากำไรจากควอเตอร์ที่สองเพิ่มขึ้นถึง 3.3% คือ 4,310 ล้านบาท

เงินบาทเพิ่มค่า

ปูนซีเมนต์ไทยและธนาคารไทยพานิชย์ยังทำรายได้หลักให้กับสำนักงานทรัพย์สินส่วนมหากษัตริย์ สำนักงานทรัพย์สินได้ส่งแฟกซ์ตอบปัญหาของบลูมเบิร์ก โดยไม่แสดงบัญชีรายละเอียดว่ารายได้ทั้งหมดปีที่แล้วมีมูลค่า 400 ล้านดอลล่าห์ 80% คือรายได้จากเงินปันผลของสองบริษัทดังกล่าว

ปูนซีเมนต์ไทยและบริษัทผู้ส่งออกเช่นบริษัทแช่แข็งไทยยูเนี่ยน เจ้าของอาหารกระป๋องชิคเก้นออฟเดอะซีของประเทศอเมริกาโดนผลกระทบจากค่าของเงินบาทที่เพิ่มขึ้น 16% ต่อค่าเงินดอลล่าห์ในปี 2549 สำหรับในปีนี้ จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม ค่าเงินบาทได้เพิ่มขึ้น 18% ต่อค่าเงินดอลล่าห์ ในเดือนมกราคม บริษัทฟอร์ดมอเตอร์กล่าวว่าอาจจะงดการลงทุน 1,000 ล้านดอลล่าห์ ในโรงงานที่ระยองเพื่อผลิตรถปิกอัพใช้รับส่งของขนาดหนึ่งตัน และส่งออกไปยัง130 ประเทศทั่วโลก

ปัญหายังทับถมเพิ่มขึ้นในประเทศไทย หลังปีใหม่ของปีที่แล้วมีการประทะกับกบฏมุสลิมในสามจังหวัดภาคใต้ตั้งแต่ปี 2547 และมีผู้เสียชีวิต 2,000 คน มีระเบิดสามลูกระเบิดที่กรุงเทพ มีคนเสียชีวิต 3 คน และบาดเจ็บ 42 คน การท่องเที่ยวไปยังชายหาดและไนต์คลับลดลง รัฐบาลคาดการณ์ว่านักท่องเที่ยวในปีนี้จะเพิ่มขึ้นมา 7% เป็นจำนวน 14.8 ล้านคน เปรียบเทียบกันเมื่อปี 2549 ที่เพิ่มขึ้น 20%

สยามในอดีต

หุ้นและอสังหาริมทรัพย์ส่วนใหญ่ของราชวงศ์ตั้งต้นมาจากเมื่อประเทศไทยยังเรียกว่าสยามและกษัตริย์เป็นเจ้าของทั้งหมด

ราชวงศ์จักรีได้รับการสถาปนาจากรัชกาลที่ 1 ในปี 2325 รัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวซึ่งครองราชย์ในปี 2394-2411 ทรงเป็นอมตะอันเนื่องจากละครเพลงของโรเจอส์และแฮมเม่อร์สตีน “เดอะคิงแอนด์ไอ” ในปี 2494 และเมื่อออกมาเป็นภาพยนตร์ในปี 2499 มียูล บรินเน่อร์ดารานำแสดงเป็นกษัตริย์ได้ห้ามฉายในประเทศไทย

ในสมัยรัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ก่อตั้งกระทรวงการคลังในปี 2433 นักประวัติศาสตร์เบเกอร์ได้อธิบายว่าเหมือนกับเป็นการลงทุนครั้งแรกของวัง ในปี 2449 ราชวงศ์ได้ก่อตั้งธนาคารแห่งแรกในประเทศไทย คือ ธนาคารไทยพานิชย์

การสละราชสมบัติ และ การสวรรคต

รัชกาลที่ 6 พระปิตุลาของกษัตริย์ภูมิพลได้สถาปนาปูนซีเมนต์ไทยในปี 2456 ผลผลิตหลักจะบรรจุในกล่องไม้และขนส่งทางเรือตามคลองกรุงเทพ

การสละราชย์ของรัชกาลที่ 7 และการสวรรคตของรัชกาลที่ 8 ทำให้กษัตริย์ภูมิพลหรือรัชกาลที่ 9 ของราชวงศ์จักรีอภิเษกสมรสกับสิริกิติ์ กิติยากร ธิดาของเอกอัครราชทูตไทยประจำฝรั่งเศส ในปี 2493 ทรงมีพระราชโอรสและธิดา 4 องค์ เจ้าฟ้าชายมหาวชิราลงกรณขณะนี้พระชนมพรรษา 55 ปี เจ้าฟ้าหญิงอุบลรัตน์ พระชนมพรรษา 56 ปี เจ้าฟ้าหญิงสิรินธร พระชนมพรรษา 52 ปี และ เจ้าฟ้าหญิงจุฬ่าภรณ์ พระชนมพรรษา 50 ปี

เช่นเดียวกับชายไทยทั่วไป ในปี 2499 กษัตริย์ภฺมิพลได้เข้าพิธีอุปสมบท 2 อาทิตย์ สำหรับงานอดิเรกทรงเล่นแซกโซโฟนและทรงพระราชนิพนธ์เพลง ตามข้ออ้างอิงของแฮนลี่ เพลงพระราชนิพนธ์ “บลูไนท์” ถูกใช้ในละครเพลงบรอดเวย์เรื่อง “ไมเคิลทอดด์ปี้ปโชว์” ในปี 2493

ต้นปี 2493 กษัตริย์ทรงขับรถจี้บและติดหล่ม ชาวบ้านได้ดึงรถยนต์ออกมา พระองค์ทรงคิดว่าการสร้างเขื่อนจะเปลี่ยนสภาพแผ่นดินที่เป็นโคลนให้กลายเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงปลาและเป็นแหล่งน้ำดื่ม เป็นโครงการหลวงโครงการแรกในจำนวน 3,000 โครงการ รวมถึงปลูกพืชทดแทนที่สนับสนุนให้ชาวเขาปลูกกาแฟ ชา ผลไม้และผักแทนปลูกฝิ่น

พระบารมี

หลังจากสงครามเวียดนามสิ้นสุดในช่วงประมาณปี 2513 นักลงทุนจากญี่ปุ่นเริ่มเข้ามาลงทุนในประเทศไทยเพราะค่าแรงถูก ทั้งนี้เพราะพระบารมีของกษัตริย์ภูมิพลในเวลาที่ลำบาก

ในปี 2535 กองทหารได้ยิงเข้าใส่คนประท้วงเพื่อประชาธิปไตยในกรุงเทพ กษัตริย์ภูมิพลได้เรียกหัวหน้าฝ่ายทหาร คือสุจินดา คราประยุร และหัวหน้ากลุ่มประท้วง จำลอง ศรีเมืองเข้าเฝ้าในพระบรมมหาราชวัง คนไทยหลายล้านคนได้จับตามองทางทีวีในช่วงเวลาที่ทั้งสองฝ่ายกำลังเข้าเฝ้าสนองรับราชโองการ สุจินดาได้ลาออกจากนายกรัฐมนตรีในอาทิตย์ถัดมา

ในช่วงศตวรรษ 2540 วิกฤติเศรษฐกิจ ถัวเฉลี่ยการเติบโตของเศรษฐกิจไทยคือ 8.6% ต่อปี จากรายงานปี 2550 ของโครงการพัฒนายูเอ็นว่า ประเทศไทยมีหนี้เพิ่ม มีการลงทุนในโครงการต่างๆที่ไม่เหมาะสมและมีการเก็งกำไรของตลาดหุ้นและตลาดที่ดินที่จะนำไปสู่ความยุ่งเหยิง

เวลาแห่งฟองสบูู่่

ตัวอย่างหนึ่งสำหรับการลงทุนเกินตัวคือในปี 2532 ดำริ ก่อนันทเกียรติ จ่ายเงิน 283 ล้านดอลล่าห์ให้บริษัทแกรนด์เมโทรโพลิแต้นเข้าซื้อกิจการของบริษัทบัมเบิ้ลบีอาหารทะเล ดำริได้เกลี่ยกล่อมจนธนาคารให้กู้เงิน 85% ของเงินดังกล่าว หกปีให้หลังดำริไม่สามารถชำระหนี้ได้ ดำริในขณะนั้นอายุ 43 ปีได้ยิงตัวตาย

วันที่ 2 กรกฎาคม 2540 เศรษฐกิจเริ่มเข้าสู่ความหายนะ ค่าเงินบาทจากอัตรา 25 บาทต่อหนึ่งดอลล่าห์ในระยะหกเดือนดิ่งลงกลายเป็น 55 บาทต่อหนึ่งดอลล่าห์ ครึ่งหนึ่งของเงินกู้จากธนาคารไทยเป็นหนี้สูญ หลายร้อยบริษัทล้ม บริษัทของกษัตริย์ก็ไม่ได้รับการยกเว้นเช่นกัน กานต์ ตระกูลฮุนประธานปูนซีเมนต์ไทยกล่าวว่า หนี้ของปูนซีเมนต์ไทยมูลค่า 6,000 ล้านดอลล่าห์ ซึ่งเป็นจำนวนเงินกู้ถึง 4,500 ล้านดอลล่าห์จากค่าเงินบาทลอยตัว บริษัทขาดทุน 1,500 ล้านดอลล่าห์

หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของธนาคารไทยพานิชย์ของกษัตริย์เพิ่มขี้น 40% ปูนซึเมนต์เข้าพบธนาคารทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อขอปรับการชำระหนี้ ธนาคารไทยพานิชย์เป็นธนาคารแรกที่ยอมรับเงินกู้จากรัฐบาลแต่ต้องแลกเปลี่ยนกับสินทรัพย์ในวงเงิน 32.5 ล้านบาท ทำให้ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เหลือหุ้นเพียงครึ่งหนึ่งในปี 2548 สำนักงานทรัพย์สินเพิ่มมูลค่าหุ้นโดยการแลกเปลี่ยนที่ดิน 181 เอเคอร์ กับหุ้นของธนาคารไทยพานิชย์

เสือที่ผงาด

ในขณะที่ประเทศของกษัตริย์ภูมิพลยังคงดำเนินไป ในเดือนธันวาคม 2540 ได้มีพระราโชวาทเนื่องในวันคล้ายวันประสูติว่าประเทศไทยไม่ควรดิ้นรนจะเป็นหนึ่งในเสือของเอเชีย

กษัตริย์ทรงตรัสว่า “หลายโครงการที่ถูกตั้งขึ้นมา โรงงานถูกสร้างเพิ่มขึ้นมาก ราวกับว่าประเทศไทยจะเป็นเสือตัวเล็ก และต่อมาเป็นเสือตัวใหญ่ประชาชนคลั่งไคล้ที่จะเป็นเสือ”

แทนที่จะเป็นเสือ กษัตริย์กล่าวว่าคนไทยควรใช้วิธีเศรษฐกิจแบบพอเพียงสำหรับความต้องการของตัวเอง “เราควรจะเดินถอยหลังอย่างระมัดระวัง”

แบคแมนกล่าวในหนังสือของเขาว่า ในขณะที่หลายบริษัทใกล้ตาย แต่บริษัทที่กษัตริย์ถือหุ้นอยู่มีความโปร่งใส นักบริหารระดับสูงติดต่อกับเจ้าหนี้และขอผ่อนผันหนี้ ปูนซีเมนต์ได้ออกใบหุ้นกู้มูลค่า 2,500 ล้านดอลล่าห์ในการแลกเปลี่ยนกับเงินกู้และเป็นการชำระหนี้ทั้งหมด นายกันต์กล่าวว่า ไม่มีใครถูกไล่ออกจากงาน “เราไม่เคยตัดคนงาน”

เรื่องที่ผิดปกติ

ประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ผู้ก่อตั้งบริษัท TPI ซึ่งเป็นบริษัทใหญ่ ไม่ยอมชำระหนี้ ในปี 2550 บริษัทได้หยุดชำระหนี้ 2,700 ล้านดอลล่าห์ ต่อเจ้าหนี้และรัฐบาลถึงแปดปีก่อนที่จะถูกให้ออก และให้บุคคลอื่นเข้ามาบริหารและได้จ่ายหนี้หมด

จิรายุ อิสรางกูล ณ อยุธยา ผู้บริหารการเงินของกษัตริย์กล่าวว่า สำนักงานทรัพย์สินได้อ้าแขนรับรองแนวความคิดเศรษฐกิจพอเพียงของกษัตริย์ ซึ่งหมายถึงว่าการลงทุนในบางบริษัทที่สมควรสำหรับความมั่นคงของประเทศ

จิรายุเขียนในหนังสือ “สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ในการเข้าสู่แนวทางมั่นคง” ว่า “นโยบายของสำนักงานทรัพย์สินเน้นในการลงทุนระยะยาวและมีความเสี่ยงน้อย สำนักทรัพย์สินเลือกที่จะลงทุนในธุรกิจที่ไม่เพียงแต่จะกระตุ้นเศรษฐกิจและคุณค่าของสังคม แต่ยังคงนำประเทศไทยให้ผูกพันกับราชวงศ์และประวัติศาสตร์ของชาติ

ไม่เพียงแต่กำไร

จิรายุได้กล่าวในการประชุมเดือนพฤษภาคมในนโยบายการลงทุนของกษัตริย์

จิรายุกล่าวว่า ไม่ได้เกี่ยวกับแค่เพียงกำไรเท่านั้น ถึงแม้จะเป็นเรื่องสำคัญ มิฉะนั้นธนาคารไทยพานิชย์คงจะไม่อยู่รอดมากว่า 100 ปี และเช่นเดียวกันกับปูนซีเมนต์ที่อยู่มานานใกล้เคียงกัน

โกลแมน แซค เรียนรู้ถึงนโยบายเมื่อธนาคารที่มีฐานในนิวยอร์คได้ประมูลโรงแรมรีเจนท์ในกรุงเทพในราคา 46 ล้านดอลล่าห์ในปี 2542 โรงแรมถูกเปลี่ยนชื่อเป็น โฟร์ซีซั่น สร้างบนพื้นที่ของพระคลัง

ทั้งกษัตริย์และสำนักงานทรัพย์สินถือหุ้นส่วนน้อยของโรงแรมราชดำริ โกลแมนได้ประมูลในราคา 48 บาทต่อหุ้นสำหรับโรงแรมราชดำริ หรือประมูลในราคาสูงกว่าโรเยิลการ์เด้นรีสอร์ท บริษัทในประเทศถึง 11 % กษัตริย์และสำนักงานทรัพย์สินไม่ยอมขายหุ้นส่วนที่ถือไว้ 13%

ที่สุดโกลแมนถือหุ้น 41% ไม่ได้เข้าบริหารงานของโรงแรมราชดำริ ในปี 2546 โกลแมนขายหุ้นออกไปในราคา 19 ล้านดอลล่าห์

โรงแรมที่น่าดึงดูดใจ

วิลเลียม ไฮน์นิค อายุ 59 ปี ชาวไทยอเมริกันที่ได้แข่งเสนอราคากล่าวว่า “ผู้เริ่มก่อตั้งโรงแรมนี้ รวมถึงสำนักงานทรัพย์สินได้ทำให้โรงแรมเป็นที่น่าดึงดูดใจอย่างแท้จริง” เขากล่าวต่อว่า “เราเป็นผู้ถือหุ้นตัวเล็ก เราจะแข่งขันกับผู้ถือหุ้นเล็กรายอื่นๆ และเราตัดสินใจแล้วว่าเราจะไม่ยอมแพ้”

เอดเวิร์ด เนเล่อร์ โฆษกของโกลแมน แซกฐานที่ฮ่องกงปฏิเสธจะให้ความเห็นในเรื่องนี้

ไฮน์นิคแห่งไมเนอร์อินเตอร์เนชั่นแนลกรุ๊ปซึ่งขณะนี้เป็นบริษัทที่ใหญ่สุดของการให้บริการ บริษัทในเครือรวมถึงโรเยลการ์เด้นรีสอร์ทและกลุ่มไมเนอร์ฟู้ด

ปัจจุบันนี้ กษัตริย์เป็นผู้ที่ถือหุ้นรายใหญ่สุดของไมเนอร์อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งเป็นเจ้าของโรงแรมมาริออตสี่แห่งและโรงแรมโฟร์ซีซั่นสี่แห่งเช่นกัน จากวันที่ 1 มกราคม 2549 จนถึง 31 กรกฎาคม 2549 ราคาหุ้นของไมเนอร์อินเตอร์เนชั่นแนลได้เพิ่มสูงขึ้นถึง 147% เมื่อเปรียบเทียบกับราคาของตลาดหุ้นไทยที่มูลค่าเพิ่มขึ้นเพียง 20% มูลค่าที่เพิ่มขึ้นมานี้เป็นการลงทุนของกษัตริย์ 2.04% ในจำนวนเงิน 32 ล้านดอลล่าห์

การสืบต่อราชวงศ์เป็นสิ่งที่มืดมนสำหรับประเทศไทย มีคนไทยไม่กี่คนที่พูดให้ได้ยิน กษัตริย์ภูมิพลจะมีพระชนมพรรษาครบ 80 ปีในวันที่5 ธันวาคมนี้ และคนไทยจำนวนล้านๆคนได้ใส่ข้อมือที่มีคำขวัญว่า ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

ศูนย์รวมใจ

หลายปีที่ผ่านมา หมอได้รักษาหลัง หัวใจ และ ต่อมลูกหมากของกษัตริย์ เป็นที่แน่ว่าเจ้าฟ้าชายมหาวชิราลงกรณจะเป็นผู้สืบสันตติวงศ์ พระองค์ทรงจบการทหารมาจากโรงเรียนนายร้อยดันทรูลในออสเตรเลียและได้อภิเษกสมรสพร้อมมีบุตรและธิดา

จากบทความของแฮนด์ลี่ได้กล่าวว่า ผู้สืบสันตติวงศ์อาจจะเป็นเจ้าฟ้าหญิงสิรินธรที่เป็นโสดและเป็นที่ชื่นชมของประชาชนเช่นเดียวกับกษัตริย์ เนื่องจากกฎหมายรัฐธรรมนูญในปี 2517 ที่แก้ไขให้ผู้หญิงสืบราชวงศ์ได้

กรณ์ จาติกวณิช อดีตผู้บริหารของเจพีมอร์แกนเชสจำกัด ซึ่งขณะนี้ดำรงตำแหน่งเลขาของพรรคประชาธิปัตย์และเป็นพรรคฝ่ายค้านในสมัยทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “มกุฎราชกุมารเป็นพระมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทย” เขากล่าวต่อว่า “การเปลี่ยนแปลงย่อมนำมาซึ่งความไม่แน่นอน แต่สำหรับประชาชนไทยแล้วความชื่นชมโสมนัสที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ได้ฝังอยู่ใต้จิตสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันเปรียบไม่ได้”

ถึงอย่างนั้นก็ตาม การขาดกษัตริย์ที่ครองราชย์นานที่สุดในโลก ทำให้นักลงทุนขาดความมั่นใจลงและจับตามองวิกฤติที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทย

Advertisements
58 ความเห็น leave one →
  1. pastorgodtime permalink
    วันเสาร์ 10 มีนาคม 2018 10:11 น.

    คุณกำลังมองหาผู้ให้กู้เงินกู้ Legit หรือไม่? คุณต้องการสินเชื่อเร่งด่วนหรือเงินกู้ธุรกิจ? คุณปฏิเสธเงินกู้จากธนาคารหรือ บริษัท ทางการเงินของคุณหรือไม่? เราให้สินเชื่อส่วนตัวสินเชื่อเพื่อการพาณิชย์และสินเชื่อส่วนบุคคลโดยมีอัตราดอกเบี้ยต่ำมากถึง 3% ภายในหนึ่งปีถึง 25 ปีและไม่มีที่ไหนเลยในโลกนี้ เราให้เงินกู้ยืมจำนวน 5,000 ถึง 5,000,000 (£หรือ $) เงินกู้ของเราเป็นประกันที่ดีสำหรับการรักษาความปลอดภัยสูงสุดคือความสำคัญของเราอีเมลเรา (pastorgodtimeloanfirm6@gmail.com}

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s

%d bloggers like this: