Skip to content

หยุดเล่นการเมืองกันเสียที ประเทศชาติจะฉิบหายหมดแล้ว

วันอังคาร 2 พฤศจิกายน 2010

จรรยา ยิ้มประเสริฐ

กลุ่มแอ็คชั่นเพื่อประชาธิปไตยในประเทศไทย
29 ตุลาคม 2553

ประเทศอังกฤษมีสถานีเก็บเมล็ดพันธ์ุและสะสมเมล็ดพันธุ์จากทั่วโลกได้สี่ล้านชนิด นรเวย์ตามมาด้วยการเปิดโครงการธนาคารเมล็ดพันธุ์เมื่อปี 2551 วางเป้าเก็บเมล็ดพันธุ์ทั่วโลกได้หลายล้านชนิด ถ้าโลกเผชิญวิกฤติล่มสลาย จะได้เอาเมล็ดพันธุ์มาฟื้นโลกได้

บางประเทศเริ่มตุ้นอาหารเลี้ยงประชากรทั้งประเทศให้อยู่ได้้มากกว่าหนึ่งปีในยามโลกวิกฤติ

รัฐบาลในยุโรปอัดฉีดงบสนับสนุนและงบวิจัยพลังงานในรูปแบบอื่นๆ มากขึ้นทั้งจากแสงอาทิตย์ พลังลม คลื่นมหาสมุทร การดึงความร้อนจากใต้ดินมาใช้ รวมทั้งพลังงานจากชีวภาพ (ไทยยังสู้กับชาวบ้านเรื่องพลังงานถ่านหินและนิวเคลียร์อยู่ไม่เลิก)

เกือบทุกรัฐบาลในประเทศเขตหนาวส่งเสริมและอุดหนุดการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตและที่อยู่อาศัยที่ประหยัดพลังงาน หรือให้สอดประสานกับธรรมชาติ และใช้พลังงานธรรมชาติมาเสริมมากขึ้น ทั้งสร้างบ้านประหยัดพลังงาน เก็บความร้อน และก่อสร้างจากวัสดุริไซเคิล รวมทั้งจัดตั้งระบบรีไซเคิลครบวงจรทั้งเรื่องการจัดการน้ำทิ้ง ส้วมแห้ง และเทคโนโลยีไม่สร้างมลภาวะซ้ำเติมต่อโลกมากขึ้น

หลายประเทศตอนนี้มุ่งเน้นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศให้แข็งแกร่ง อัดฉีดงบทางการศึกษา มุ่งสร้างประชากรที่มีคุณภาพสูง ส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชน ส่งเสริมการใช้ชีวิตสีเขียว ใช้ชีวิตที่ไม่ทำลายธรรมชาติ และการใช้สินค้าและแลกเปลี่ยนสินค้าภายในประเทศหรือระหว่างประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียง ปลูกฝังกันตั้งแต่ระดับประถม มัธยม จนถึงมหาวิทยาลัย (โดยไม่ต้องใส่เครื่องแบบ และเสียเวลายืนเคารพธงชาติ พร่ำเพ้อกับคำว่า “ชาติ ศาสน์ กษัตริย์” วันละสองเวลา)

ทิศทางของรัฐบาลที่ก้าวหน้าในโลกคือการมุ่งสลายขั้วความเป็นชาตินิยม และเคารพความเป็นสากลและการไม่เลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติและสีผิว ฟินแลนด์มีสโลแกนว่า “Global Finland” หรือ ”ฟินแลนด์โลก”

แม้แต่กลุ่มประเทศตะวันออกกลางที่มั่งคั่งจากน้ำมัน ก็เริ่มสร้างธุรกิจใหม่รองรับการเปลี่ยนผ่าน โดยเฉพาะด้านการบิน และเมืองช๊อปปิ้งส์ รวมทั้งธนาคากองทุนเพื่อการพัฒนาอาหรับ (Arab Development Bank) ก็สนับสนุนงานพัฒนาในประเทศต่างๆ มากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศอาฟริกา และประเทศมุสลิม

ประชาชนยุโรป อเมริกา และแคนาดา เริ่มสร้างความเข้มแข็งทางการค้านอกระบบทุนนิยม เขาเรียกว่า เศรษฐิจสมานฉันท์ (Solidarity Economy) ซึ่งถ้ามองในสถานการณ์ปัจจุบัน เศรษฐกิจสมานฉันท์เริ่มก่อตัวแล้วทั้งในระดับชาติ (ลาตินอเมริกา) และในระดับประชาชน แม้จะยังไม่ขยายกว้างมาก แต่ก้ได้นำเสนอทางออกหนึ่งยามเกิดวิกฤติทุนนิยม และเป็นทิศทางเศรษฐกิจใหม่ที่จะต่อต้านกับบรรษัทยักษ์ใหญ่ที่พยายามควบคุม การค้าทั่วโลก

ขบวนการคนตกงานเยอรมันต่อรองเอาโครงการเล็กๆ ของรัฐมาทำเองเพื่อเป็นการสร้างงาน และกระจายงานสู่กลุ่มคนตกงานหลายแสนคน (แค่คนงานไทรอัมพ์ 600 กว่าคน ประเทศไทยยังช่วยไม่ได้เลย แถมยังฮุบจักรคนงานไปอีก 150 ตัว)

กลุ่มประเทศลาตินอมเริกาพยายามจัดโครงการแลกเปลี่ยนทรัพยากรข้ามชาติ ระหว่างกัน ทั้งระหว่างทรัพยกร อาทิ น้ำมันแลกอาหาร และการแลกเปลี่ยนบุคคลากรผู้เชี่ยวชาญ ทางการแพทย์​ ทางการศึกษา เทคโลโลยี และการรวมตัวระหว่างกันเพื่อสร้างอำนาจต่อรองกับมหาอำนาจอเมริกา

นี่เป็นเพียงตัวอย่างเล็กๆ ของความพยายามทั่วโลกที่จะรับมือกับการล้มของทุนนิยม และวิกฤติโลกร้อนที่ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ อีกต่อไป

แต่นี่อะไรกันประเทศไทย

คิดต่าง คิดก้าวหน้า นำเสนอทิศทางการพัฒนาที่ก้าวไกล หรือก้าวหน้าไม่ได้เลย นอกจากการ “อัด เป่า-ฉีด” ความคิดเรื่อง “เคารพรักสถาบันฯ” การอย่างไม่ลืมหูลืมตา ตั้งแต่ระดับประถม มัธยม จนมหาวิทยาลัย ข้าราชการ ในทุกกรม กองและทุกหน่วยงานของรัฐ ตำรวจ ทหาร แม้แต่ในพรรครัฐบาล ไม่มีใครกล้าพูดความจริง และไม่ยอมเปิดตาดูความเคลื่อนไหวของประเทศที่พัฒนาแล้วทั้งหลายได้ ถ้าไม่มีพระราชดำริ

ไม่ยอมเปิดตาดูได้แล้วว่าการวิบัติต่างๆ ที่เริ่มรุนแรงมากขึ้นตลอดช่วงการแย่งชิงอำนาจกันอย่างน่าสะอิดสะเอี้ยนใน ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มันได้นำพาประเทศตกต่ำขนาดไหน ทั้งในสายตาชาวโลกและในสายตาคนไทยด้วยกันเอง

ในช่วงห้าที่ที่ผ่านมาของการแย่งชิงอำนาจในเมืองไทย หลายประเทศได้ใช้เวลาเหล่านี้เตรียมรับมือ และยอมผ่อนปรนเกมการเมือง ลงแรงร่วมกันไม่แยากพรรคฝ่ายค้านหรือรัฐบาล เพื่อแก้ปัญหาภายวิกฤติที่กำลังมาเยือน ทั้งยุโรป และอเมริกา ญี่ปุ่น ลาตินอเมริกา รวมทั้งอาฟริกา ไม่เว้นแม้แต่เขมรประเทศเพื่อนบ้านเรา ทำให้ก้าวล้ำนำหน้าเราไปอีกหลายขุม

ประเทศไทยมั่วแต่แก่งแย่งกันทางการเมืองไม่สิ้นสุด ทั้งทหารที่กลัวรัฐบาลไม่ให้งบถลุงเล่น เลยเกาะหลังบัลลังก์อย่างเหนียวแน่นไม่ยอมปล่อยมาตลอด 60 ปี และสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่มีเรื่องราวและธรรมเนียมปฏิบัติที่ขัดกับหลักการแห่งการเคารพในศักดิ์ศรี แห่งความเป็นมนุษย์และการไม่เลือกปฏิบัติ แต่กลับไม่ยอมดูบทเรียนของราชบัลลังก์อื่นๆ ที่อยู่รอดมาได้ถึงปัจจุบันเพราะสามารถปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยและความ ต้องการของประชาชน อาทิ อังกฤษ สเปน และสวีเดน แต่ทำมาทำไปสถาบันฯ กำลังบีบให้ประชาชนต้องลุกมานำพาการเปลี่ยนผ่านเข้าไปใกล้บทเรียนของรัสเซีย และเนปาลมากขึ้นเรื่อยๆ

ทั้งๆ ที่มีบทเรียนการเปลี่ยนผ่านที่ดี และที่เห็นอยู่หลายประเทศ และทำง่ายกว่าและไม่สูญเสียเลือดเนื้อมากนัก คือสถาบันลุกขึ้นมาปฏิรูปองค์กรด้วยตัวเอง

แต่ทำไมสถาบันฯ จึงปล่อยให้พรรคประชาธิปัตย์ ทหาร สนธิ ลิ้มทองกุล และกลุ่มผลประโยชน์กลุ่มเล็กๆ กลุ่มหนึ่งลากจูงไปจนอยู่ในสถานการณ์ที่อาจจะสายเกินจะเยียวยา

พรรคประชาธิปัตย์ ก็ไม่ยอมเปลี่ยนยุทธศาสตร์การเล่นการเมืองโดยเกาะกลุ่มขั้วอำนาจฝ่ายขวา “ปกป้องสถาบัน” โดยไม่ยอมเลิกลานับตั้งแต่ปี 2489 ที่กล่าวหาปรีดี ฆ่าในหลวงอานันท์ จนหลงยุค หลงสมัย รู้ไม่เท่าทันโลก ไม่สามารถสร้างวสัยทัศน์ที่ก้าวไกลได้ แต่อยากอยู่ในอำนาจ เลยต้องใช้เกมส์โกงการเมือง “อิงสถาบัน เอาใจทหาร ขึ้นเงินเดือนเพื่อปิดปากข้าราชการ” มาจนถึงปัจจุบัน แม้จะพยายามเรียกร้องให้สังคมต้องอนุรักษ์เพราะเป็นพรรคการเมืองเก่าแก่อายุ กว่า 70 ปี ก็ตามที แต่เราก็หมดปัญหาจะรักษาพรรคนี้ไว้ อาจจะต้องถึงคราวเกษียรอายุและเก็บเข้าห้องเก็บของ จะเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ก็คงไม่มีค่าพอ

ทักษิณก็รอแต่การพระราชทานอภัยโทษอยู่นั่นแหล่ะ เขียนหรือพูดอะไรมาแต่ละที ขัดหูขัดตามากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ดููบ้างว่าคนไทยไปถึงไหนแล้ว เขียนอะไรมาแต่ละทีก็อ้างและยกย่องแต่ “โครงการพระราชดำริ” ยังไม่ยอมตื่นจนถึงบัดนี้ว่าฐานเสียงตัวเองนั้นก้าวล้ำหน้าทักษิณไปเยอะแล้ว หยุดเล่นการเมืองได้แล้วทั้งทักษิณและนักการเมืองฝ่ายพรรคเพื่อไทยทั้งหลาย เป็นถึงอดีตนายกมีคำแนะนำดีๆ ในสภาวะที่คนทั้งประเทศจะจมน้ำตาย ก็ยังแทงกั๊กบอกว่าจะใช้เพื่อใช้เป็นนโยบายของพรรค

แม่งมันเล่นการเมืองกันหมด ในยามที่รัฐบาลในทุกประเทศที่การเมืองก้าวหน้า เขาเอาประชาชนนำหน้าการเมือง เอาวิกฤตินำหน้า “การทำงานแบบผักชีโรยหน้า” และ “จัดฉากสร้างภาพ” เอาอนาคตของชาติเป็นอุดมการณ์แห่งการทำงานร่วมกัน

นี่อะไรกันประเทศไทย ความอยู่รอดของประเทศถูกยัดใส่ปากงุบงิบงึมงัมใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทกันอยู่ อย่างนี้ในหมู่ผู้ชายอายุเกิน 70 ปีไม่กี่คน แล้วประเทศชาติมันจะไปรอดหรือ?

ประเทศไทยยังมีจุดแข็งอยู่เยอะ อย่ายอมให้ถูกทำลายด้วยขบวนการไม่ยอมกระจายอำนาจ และไม่ยอมรับประชาชาชน

นโยบายเร่งด่วนของประเทศไทยตอนนี้คือ

ควบคุมการใช้เงินกู้้ 800,000 ล้านบาทของอภิสิทธิ์อย่างใกล้ชิด เพราะประชาชนคือคนที่จะต้องใช้หนี้ก้อนนี้ จะต้องทำให้มันถูกใช้เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับประชาชนกลุ่มใหญ่ทั้งประเทศ ฟื้นประเทศจากภัยพิบัติน้ำท่วม ส่งเสริมให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบแก้วิกฤติแบบก้าวไกล คือทั้งเยียวยา และก็วางรากฐานที่มั่นคงของชีวิตและครอบครัวไปพร้อมกันเลยในทีเดียว ไหนๆ ก็จะต้องบูรณะประเทศแล้ว ก็ใช้เงินกู้วางรากฐานเกษตรยั่งยืน และการเตรียมรับมือวิกฤติสภาวะโลกร้อนไปด้วยกันเลย และต้องสร้างหลักประกันว่าเงินกู้นี้ จะไม่ใช้อย่างสุรุ่ยสุร่าย คอรัปชั่น และถูกถ่ายโอนเข้าสู่กระเป๋านายทุนใหญ่ในโครงการขนาดใหญ่ โดยมุ่งเป้าเพื่อสร้างความเข้มแข็งหรือวางรากฐานความอยู่ดีมีสุขของคนกลุ่มใหญ่ของประเทศ กลุ่มเกษตรกร 13 ล้านครอบครัว คนงาน 10 ล้านคน และแรงงานนอกระบบและว่างงานแฝงกว่า 20 ล้านคน และไม่ใช่เพื่อเอาไปเลี้ยงดูข้าราชการ 2 ล้านคนเท่านั้น

การคุมการประมูลโครงการรัฐต่างๆ ในยามนี้ต้องตัดยักษ์ใหญ่ และต้องควบคุมการเข้ามาเอี่ยวของนักการเมือง และกลุ่มผลประโยชน์ที่หากิจกับงบประมาณของรัฐ มุ่งสนับสนุนให้เกิดการกระจายสู่สู่การใช้ศักยภาพของท้องถิ่น และการจ้างงานในท้องถิ่น และกลุ่มธุรกิจรายย่อยโดยเฉพาะกลุ่มสหกรณ์หรือกลุ่มที่เกิดจากการรวมตัวของประชาชน

วางแผนแก้ปัญหาเรื่องเรื่องวิกฤติน้ำและภัยธรรมชาติอย่างยั่งยืน ทั้งท่วม-น้ำแล้ง และผลกระทบจากสภาวะโลกร้อน รัฐต้องเปิดพื้นที่นำเสนแนวคิดอย่างกว้างขวางเรื่องการเก็บกับน้ำเพื่อ การเกษตร เขื่อนไม่ใช่คำตอบเรื่องวิกฤติน้ำ ทั้งวิกฤติน้ำแล้งหรือน้ำท่วม โครงการจัดการน้ำขนาดใหญ่ ต้นทุนสูงในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันก็ควรจะหลีกเลี่ยง แต่ต้องส่งเสริมการจัดการน้ำแบบ “ยิงนกทีเดียวได้สองตัว” คือสร้างให้เกิดการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นแต่ละที่มาใช้ในการจัดการน้ำ เป็นกลไกรองรับน้ำในช่วงฤดูฝน และในขณะเดียวกันเพื่อให้เกษตรกรรายย่อยได้มีน้ำทำเกษตรอินทรีย์ เพื่อการบริโภคและขายในตลาดสินค้าปลอดสาร

นำหน้าเรื่องนำพาประเทศไทยเป็นประเทศ “อาหารปลอดสาร (อาหารออแกนิกส์)” ของโลก ทั้งสดและแปรรูป โดยปรับแนวนโยบายของ ธกส.​ ที่มุ่งส่งเสริมเกษตรเคมีต้นทุนสูง มาสู่การส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ต้นทุนต่ำ การพัฒนาย่ั่งยืน ฟื้นฟูพื้นที่สีเขียว และทำให้ประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตอาหารปลอดสารพิษของโลก จัดตั้งโครงการ “ร่วมกันใช้” อุปกรณ์ทางเกษตรขนาดใหญ่เพื่อลดภาวะการกดดันให้เกษตรกรต้องเป็นหนี้ก้อนโตใน การจัดซื้ออุปกรณ์การเกษตร โดยเฉพาะรถไถ รถเกี่ยว โรงสีข้าวขนาดเล็ก และโรงเก็บสินค้า ที่สำคัญส่งเสริมและให้การอุดหนุนให้ให้เกษตรรายย่อยที่มีที่ดินไม่มากค่อยๆ หันมาผลิตอาหารเพื่อการบริโภค (ลดค่าใช้จ่าย) และเรียนรุ้เทคนิคการแปรรูปต่างๆ โดยผลิตอาหารที่หลากหลายและปลอดสารพิษ ที่ใช้พื้นที่ไม่มาก และใช้ต้นทุนเงินน้อย ส่วนมากเป็นการใช้แรงงานของตัวเอง ทั้งเพื่อบริโภค แปรรูป และเพื่อการค้า

ประเทศไทยต้องเปิดตลาดสินค้าปลอดสารและงานฝีมือชาวบ้านในทุกจังหวัด ส่งเสริมและเปิดตลาดสินค้าจากฝีมือคนไทย จากเกษตรกรและสินค้าปลอดสารพิษในทุกจังหวัด รวมทั้งให้การอุดหนุนด้ายปัจจัยและด้านเทคนิคให้กับกลุ่มต่างๆ เหล่านี้ โดยส่งเสริมแนวการดำเนินงาน “ล่างขึ้นบน” และควบคุมการใช้อำนาจมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐ

ปฏิรูปการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ จะต้องทำหน้าที่บริการประชาชน และรัฐต้องส่งเสริมบรรยากาศการทำงานแนวระนาบ ที่เปิดพื้นที่ในการนำเสนอความคิดเห็นได้อย่างเท่าเทียม ไม่ใช่รับนโยบายจาก “บนล่งล่าง” เพียงอย่างเดียว และเจ้าหน้าที่รัฐในทุกหน่วยงานต้องได้รับการฝึกอบรมเรื่องการเป็นนักพัฒนา เพื่อสังคมและชุมชน ก่อนลงประจำการไม่ว่าจะในตำแหน่งหรือในกรมกองใดก็ตาม

อุตสาหกรรมและแรงงาน รัฐต้องหยุดให้ท้ายบรรษัทข้ามชาติ และทุนไทย คุกคามสิทธิและเสรีภาพในการรวมตัวและต่อรองระหว่างลูกจ้างและนายจ้าง เปิดให้เกิดการต่อรองระหว่างกันอย่างเสมอภาค โดยรัฐไม่แทรกแซงและหนุนช่วยฝ่ายนายจ้าง รัฐต้องส่งเสริมและสนับสนุน “โรงงานคนงานในทุกอุตสาหกรรม” เพื่อให้เกิดการพัฒนาและเปลี่ยนถ่ายเทคโนโลยี่ในโรงงานสู่คนไทย และทำให้คนงานไทยได้ผลประโยชน์เต็มเม็ดเต็มหน่วยไม่ใช่แค่คาแรงคิดเป็น สัดส่วนเพียง 0.5-1% ของราคาสินค้าเมื่อขายในท้องตลาด

ไทยต้องก้าวไปสู่แรงงานฝีมือ เตรียมแผนถ่ายเทแรงงานที่จะถูกลอยเพ เมื่อทุนใหญ่หดตัว มาสู่การมีมาตรการรองรับ ที่ส่งเสริมให้พวกเขาใช้ฝีมือมาสร้างการผลิตรวมกันในรูปแบบกลุ่มสหกรณ์หรือ สหภาพคนงาน ในการรวมตัวประกอบกิจการ และสร้างตลาดภายในประเทศหรือตลาดเพื่อนรองรับ และค่อยๆ พัฒนาให้สามารถแข่งขันกับยักษ์ใหญ่ ได้ ส่งเสริมการสร้างเครือข่ายต่อรองของกลุ่มกิจกรรมทางธุรกิจที่รวมตัวในรูปแบบ สหกรณ์หรือกิจกรรมร่วม มากกว่าธุรกิจส่วนบุคคล สร้างมาตรการคืนถิ่นสู่วิถีชีวิตเกษตรอินทรีย์เพื่อการดำรงชีวิต สำหรับคนงานที่ทำงานไม่เคยหยุดทั้งชีวิต ที่ต้องการคืนบ้านเกิด และใช้ชีวิตอย่างสงบสุขในบันปลาย

ยังมีมาตรการอีกมากที่เราทั้งประเทศจะทำได้เพื่อนำพาให้คนทั้งประเทศ อยู่กันได้อย่างผาสุขพร้อมกับ “รอยยิ้มแห่งความสุข” ที่แท้จริง ทั้งนี้และทั้งนั้น นี่แค่เป็นความคิดของคนๆ เดียว ลองคิดดูซิว่าถ้าประชาชนทั่วประเทศไทยได้รวมหัวกันคิดเพื่อนำพาประเทศให้รอด เราจะมีทางออกของประเทศได้มากมายขนาดไหน ประเทศไทยร่ำรวยทางภูมิปัญญาและทรัพยากรธรรมชาติที่พอจะนำพาประเทศให้รอดได้ ถ้าไม่ตามก้นเสรีนิยมโลกาภิวัตน์แบบผิดๆ และไม่สามารถจัดการปัญหาคอรัปชั่นและวางรากฐานประชาธิปไตยที่แข็งแกร่งในประเทศได้

สิ่งที่สำคัญตอนนี้ของประเทศไทยคือประกาศวันเลืิกตั้งให้เร็วที่สุด ยิ่งเร็วเท่าไร โอกาสที่ประเทศชาติจะพ้นภัยพิบัติได้เร็วเท่านั้นก็จะมีมากขึ้น แต่ถ้ารัฐบาลอภิสิทธิ์ยังดันทุรังอยู่เช่นนี้ มีแต่จะพาประเทศชาติฉิบหายยิ่งไปกว่านี้เท่านั้นเอง โดยเฉพาะถ้าไม่สามารถคุมทหาร (ที่ไม่ได้ทำงานอะไรเลยเลย นอกจากตรวจจับคนหมิ่นฯ) และได้งบไปกว่า 170,000 ล้านบาทจากอภิสิทธิ์ไปถลุงเล่นอยู่ตอนนี้

72 ความเห็น leave one →
  1. วันอังคาร 2 พฤศจิกายน 2010 17:50 น.

    แก้คำผิด

    ประเทศ อังกฤษมีสถานีเก็บเมล็ดพันธุ์ุและสะสมเมล็ดพันธุ์จากทั่วโลกได้ 4 ล้านชนิด นอรเวย์ตามมาด้วยการเปิดโครงการธนาคารเมล็ดพันธุ์เมื่อปี 2551 วางเป้าเก็บเมล็ดพันธุ์ทั่วโลกได้หลายล้านชนิด ถ้าโลกเผชิญวิกฤติล่มสลาย จะได้เอาเมล็ดพันธุ์มาฟื้นโลกได้

    บางประเทศเริ่มตุนอาหารเลี้ยงประชากรทั้งประเทศให้อยู่ได้้มากกว่า 1 ปีในยามโลกวิกฤติ

    รัฐบาลในยุโรป อัดฉีดงบสนับสนุนและงบวิจัยพลังงานในรูปแบบอื่นๆ มากขึ้น ทั้งจากแสงอาทิตย์ พลังลม คลื่นมหาสมุทร การดึงความร้อนจากใต้ดินมาใช้ รวมทั้งพลังงานจากชีวภาพ (ไทยยังสู้กับชาวบ้านเรื่องพลังงานถ่านหินและนิวเคลียร์อยู่ไม่เลิก)

    เกือบทุกรัฐบาลในประเทศเขตหนาว ส่งเสริมและอุดหนุนการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตและที่ อยู่อาศัยที่ประหยัดพลังงาน หรือให้สอดประสานกับธรรมชาติ และใช้พลังงานธรรมชาติมาเสริมมากขึ้น ทั้งสร้างบ้านประหยัดพลังงาน เก็บความร้อน และก่อสร้างจากวัสดุรีไซเคิล รวมทั้งจัดตั้งระบบรีไซเคิลครบวงจร ทั้งเรื่องการจัดการน้ำทิ้ง ส้วมแห้ง และเทคโนโลยีไม่สร้างมลภาวะซ้ำเติมต่อโลกมากขึ้น

    หลายประเทศตอนนี้มุ่งเน้นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศให้แข็งแกร่ง อัดฉีดงบทางการศึกษา มุ่งสร้างประชากรที่มีคุณภาพสูง ส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชน ส่งเสริมการใช้ชีวิตสีเขียว ใช้ชีวิตที่ไม่ทำลายธรรมชาติ และการใช้สินค้าและแลกเปลี่ยนสินค้าภายในประเทศหรือระหว่างประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียง ปลูกฝังกันตั้งแต่ระดับประถม มัธยม จนถึงมหาวิทยาลัย (โดยไม่ต้องใส่เครื่องแบบ และเสียเวลายืนเคารพธงชาติ พร่ำเพ้อกับคำว่า “ชาติ ศาสน์ กษัตริย์” วันละสองเวลา)

    ทิศทางของรัฐบาลที่ก้าวหน้าในโลกคือ การมุ่งสลายขั้วความเป็นชาตินิยม และเคารพความเป็นสากล และการไม่เลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติและสีผิว ฟินแลนด์มีสโลแกนว่า “Global Finland” หรือ ”ฟินแลนด์โลก”

    แม้แต่กลุ่มประเทศตะวันออกกลางที่มั่งคั่งจากน้ำมัน ก็เริ่มสร้างธุรกิจใหม่รองรับการเปลี่ยนผ่าน โดยเฉพาะด้านการบิน และเมืองชอปปิ้งส์ รวมทั้งธนาคารกองทุนเพื่อการพัฒนาอาหรับ (Arab Development Bank) ก็สนับสนุนงานพัฒนาในประเทศต่างๆ มากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศอาฟริกา และประเทศมุสลิม

    ประชาชน ยุโรป อเมริกา และแคนาดา เริ่มสร้างความเข้มแข็งทางการค้านอกระบบทุนนิยม เขาเรียกว่า เศรษกิจสมานฉันท์ (Solidarity Economy) ซึ่งถ้ามองในสถานการณ์ปัจจุบัน เศรษฐกิจสมานฉันท์เริ่มก่อตัวแล้วทั้งในระดับชาติ (ลาตินอเมริกา) และในระดับประชาชน แม้จะยังไม่ขยายกว้างมาก แต่ก็ได้นำเสนอทางออกหนึ่งยามเกิดวิกฤติทุนนิยม และเป็นทิศทางเศรษฐกิจใหม่ที่จะต่อต้านกับบรรษัทยักษ์ใหญ่ที่พยายามควบคุมการค้าทั่วโลก

    ขบวนการคนตกงานเยอรมันต่อรองเอาโครงการเล็กๆ ของรัฐมาทำเองเพื่อเป็นการสร้างงาน และกระจายงานสู่กลุ่มคนตกงานหลายแสนคน (แค่คนงานไทรอัมพ์ 600 กว่าคน ประเทศไทยยังช่วยไม่ได้เลย แถมยังฮุบจักรคนงานไปอีก 150 ตัว)

    กลุ่มประเทศลาตินอเมริกาพยายามจัดโครงการแลกเปลี่ยนทรัพยากรข้ามชาติระหว่างกัน ทั้งระหว่างทรัพยากร อาทิ น้ำมันแลกอาหาร และการแลกเปลี่ยนบุคคลากรผู้เชี่ยวชาญ ทางการแพทย์? ทางการศึกษา เทคโลโลยี และการรวมตัวระหว่างกันเพื่อสร้างอำนาจต่อรองกับมหาอำนาจอเมริกา

    นี่เป็นเพียงตัวอย่างเล็กๆ ของความพยายามทั่วโลกที่จะรับมือกับการล้มของทุนนิยม และวิกฤติโลกร้อนที่ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ อีกต่อไป

    แต่นี่อะไรกันประเทศไทย

    คิดต่าง คิดก้าวหน้า นำเสนอทิศทางการพัฒนาที่ก้าวไกล หรือก้าวหน้าไม่ได้เลย นอกจากการ “อัด เป่า-ฉีด” ความคิดเรื่อง “เคารพรักสถาบันฯ” การอย่างไม่ลืมหูลืมตา ตั้งแต่ระดับประถม มัธยม จนมหาวิทยาลัย ข้าราชการ ในทุกกรม กองและทุกหน่วยงานของรัฐ ตำรวจ ทหาร แม้แต่ในพรรครัฐบาล ไม่มีใครกล้าพูดความจริง และไม่ยอมเปิดตาดูความเคลื่อนไหวของประเทศที่พัฒนาแล้วทั้งหลายได้ ถ้าไม่มีพระราชดำริ

    ไม่ยอมเปิดตาดูได้แล้วว่าการวิบัติต่างๆ ที่เริ่มรุนแรงมากขึ้นตลอดช่วงการแย่งชิงอำนาจกันอย่างน่าสะอิดสะเอียนใน ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มันได้นำพาประเทศตกต่ำขนาดไหน ทั้งในสายตาชาวโลกและในสายตาคนไทยด้วยกันเอง

    ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาของการแย่งชิงอำนาจในเมืองไทย หลายประเทศได้ใช้เวลาเหล่านี้เตรียมรับมือ และยอมผ่อนปรนเกมการเมือง ลงแรงร่วมกันไม่แยกพรรคฝ่ายค้านหรือรัฐบาล เพื่อแก้ปัญหาวิกฤติที่กำลังมาเยือน ทั้งยุโรป และอเมริกา ญี่ปุ่น ลาตินอเมริกา รวมทั้งอาฟริกา ไม่เว้นแม้แต่เขมรประเทศเพื่อนบ้านเรา ทำให้ก้าวล้ำนำหน้าเราไปอีกหลายขุม

    ประเทศไทยมัวแต่แก่งแย่งกันทางการเมืองไม่สิ้นสุด ทั้งทหารที่กลัวรัฐบาลไม่ให้งบถลุงเล่น เลยเกาะหลังบัลลังก์อย่างเหนียวแน่นไม่ยอมปล่อยมาตลอด 60 ปี และสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่มีเรื่องราวและธรรมเนียมปฏิบัติที่ขัดกับหลักการแห่งการเคารพในศักดิ์ศรี แห่งความเป็นมนุษย์และการไม่เลือกปฏิบัติ แต่กลับไม่ยอมดูบทเรียนของราชบัลลังก์อื่นๆ ที่อยู่รอดมาได้ถึงปัจจุบัน เพราะสามารถปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยและความต้องการของประชาชน อาทิ อังกฤษ สเปน และสวีเดน แต่ทำมาทำไปสถาบันฯ กำลังบีบให้ประชาชนต้องลุกมานำพาการเปลี่ยนผ่านเข้าไปใกล้บทเรียนของรัสเซีย และเนปาลมากขึ้นเรื่อยๆ

    ทั้งๆ ที่มีบทเรียนการเปลี่ยนผ่านที่ดี และที่เห็นอยู่หลายประเทศ และทำง่ายกว่าและไม่สูญเสียเลือดเนื้อมากนัก คือสถาบันลุกขึ้นมาปฏิรูปองค์กรด้วยตัวเอง

    แต่ทำไมสถาบันฯ จึงปล่อยให้พรรคประชาธิปัตย์ ทหาร สนธิ ลิ้มทองกุล และกลุ่มผลประโยชน์กลุ่มเล็กๆ กลุ่มหนึ่งลากจูงไปจนอยู่ในสถานการณ์ที่อาจจะสายเกินจะเยียวยา

    พรรคประชาธิปัตย์ ก็ไม่ยอมเปลี่ยนยุทธศาสตร์การเล่นการเมือง โดยเกาะกลุ่มขั้วอำนาจฝ่ายขวา “ปกป้องสถาบัน” โดยไม่ยอมเลิกลานับตั้งแต่ปี 2489 ที่กล่าวหาปรีดีฆ่าในหลวงอานันท์ จนหลงยุค หลงสมัย รู้ไม่เท่าทันโลก ไม่สามารถสร้างวสัยทัศน์ที่ก้าวไกลได้ แต่อยากอยู่ในอำนาจ เลยต้องใช้เกมส์โกงการเมือง “อิงสถาบัน เอาใจทหาร ขึ้นเงินเดือนเพื่อปิดปากข้าราชการ” มาจนถึงปัจจุบัน แม้จะพยายามเรียกร้องให้สังคมต้องอนุรักษ์เพราะเป็นพรรคการเมืองเก่าแก่อายุกว่า 70 ปี ก็ตามที แต่เราก็หมดปัญหาจะรักษาพรรคนี้ไว้ อาจจะต้องถึงคราวเกษียณอายุและเก็บเข้าห้องเก็บของ จะเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ก็คงไม่มีค่าพอ

    ทักษิณก็รอแต่การพระราชทานอภัยโทษอยู่นั่นแหล่ะ เขียนหรือพูดอะไรมาแต่ละที ขัดหูขัดตามากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ดููบ้างว่าคนไทยไปถึงไหนแล้ว เขียนอะไรมาแต่ละทีก็อ้างและยกย่องแต่ “โครงการพระราชดำริ” ยังไม่ยอมตื่นจนถึงบัดนี้ว่าฐานเสียงตัวเองนั้นก้าวล้ำหน้าทักษิณไปเยอะแล้ว หยุดเล่นการเมืองได้แล้วทั้งทักษิณและนักการเมืองฝ่ายพรรคเพื่อไทยทั้งหลาย เป็นถึงอดีตนายก มีคำแนะนำดีๆ ในสภาวะที่คนทั้งประเทศจะจมน้ำตาย ก็ยังแทงกั๊กบอกว่าจะใช้เพื่อใช้เป็นนโยบายของพรรค

    แม่ง มันเล่นการเมืองกันหมด ในยามที่รัฐบาลในทุกประเทศที่การเมืองก้าวหน้า เขาเอาประชาชนนำหน้าการเมือง เอาวิกฤตินำหน้า “การทำงานแบบผักชีโรยหน้า” และ “จัดฉากสร้างภาพ” เอาอนาคตของชาติเป็นอุดมการณ์แห่งการทำงานร่วมกัน

    นี่ อะไรกันประเทศไทย ความอยู่รอดของประเทศ ถูกยัดใส่ปากงุบงิบงึมงัมใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทกันอยู่อย่างนี้ในหมู่ผู้ชายอายุเกิน 70 ปีไม่กี่คน แล้วประเทศชาติมันจะไปรอดหรือ?

    ประเทศไทยยังมีจุดแข็งอยู่เยอะ อย่ายอมให้ถูกทำลายด้วยขบวนการไม่ยอมกระจายอำนาจ และไม่ยอมรับประชาชาชน

    นโยบายเร่งด่วนของประเทศไทยตอนนี้คือ

    ควบคุมการใช้เงินกู้้ 800,000 ล้านบาทของอภิสิทธิ์อย่างใกล้ชิด เพราะประชาชนคือคนที่จะต้องใช้หนี้ก้อนนี้ จะต้องทำให้มันถูกใช้เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับประชาชนกลุ่มใหญ่ทั้งประเทศ ฟื้นประเทศจากภัยพิบัติน้ำท่วม ส่งเสริมให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบแก้วิกฤติแบบก้าวไกล คือทั้งเยียวยา และก็วางรากฐานที่มั่นคงของชีวิตและครอบครัวไปพร้อมกันเลยในทีเดียว ไหนๆ ก็จะต้องบูรณะประเทศแล้ว ก็ใช้เงินกู้วางรากฐานเกษตรยั่งยืน และการเตรียมรับมือวิกฤติสภาวะโลกร้อนไปด้วยกันเลย และต้องสร้างหลักประกันว่าเงินกู้นี้ จะไม่ใช้อย่างสุรุ่ยสุร่าย คอรัปชั่น และถูกถ่ายโอนเข้าสู่กระเป๋านายทุนใหญ่ในโครงการขนาดใหญ่ โดยมุ่งเป้าเพื่อสร้างความเข้มแข็งหรือวางรากฐานความอยู่ดีมีสุขของคนกลุ่มใหญ่ของประเทศ กลุ่มเกษตรกร 13 ล้านครอบครัว คนงาน 10 ล้านคน และแรงงานนอกระบบและว่างงานแฝงกว่า 20 ล้านคน และไม่ใช่เพื่อเอาไปเลี้ยงดูข้าราชการ 2 ล้านคนเท่านั้น

    การคุมการประมูลโครงการรัฐต่างๆ ในยามนี้ต้องตัดยักษ์ใหญ่ และต้องควบคุมการเข้ามาเอี่ยวของนักการเมือง และกลุ่มผลประโยชน์ที่หากิจกับงบประมาณของรัฐ มุ่งสนับสนุนให้เกิดการกระจายสู่การใช้ศักยภาพของท้องถิ่น และการจ้างงานในท้องถิ่น และกลุ่มธุรกิจรายย่อยโดยเฉพาะกลุ่มสหกรณ์หรือกลุ่มที่เกิดจากการรวมตัวของประชาชน

    วางแผนแก้ปัญหาเรื่องเรื่องวิกฤติน้ำและภัยธรรมชาติอย่างยั่งยืน ทั้งท่วม-น้ำแล้ง และผลกระทบจากสภาวะโลกร้อน รัฐต้องเปิดพื้นที่นำเสนอแนวคิดอย่างกว้างขวางเรื่องการเก็บกับน้ำเพื่อการเกษตร เขื่อนไม่ใช่คำตอบเรื่องวิกฤติน้ำ ทั้งวิกฤติน้ำแล้งหรือน้ำท่วม โครงการจัดการน้ำขนาดใหญ่ ต้นทุนสูงในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันก็ควรจะหลีกเลี่ยง แต่ต้องส่งเสริมการจัดการน้ำแบบ “ยิงนกทีเดียวได้สองตัว” คือสร้างให้เกิดการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นแต่ละที่มาใช้ในการจัดการน้ำ เป็นกลไกรองรับน้ำในช่วงฤดูฝน และในขณะเดียวกันเพื่อให้เกษตรกรรายย่อยได้มีน้ำทำเกษตรอินทรีย์ เพื่อการบริโภคและขายในตลาดสินค้าปลอดสาร

    นำหน้าเรื่องนำพาประเทศไทยเป็นประเทศ “อาหารปลอดสาร (อาหารออร์แกนิกส์)” ของโลก ทั้งสดและแปรรูป โดยปรับแนวนโยบายของ ธกส.? ที่มุ่งส่งเสริมเกษตรเคมีต้นทุนสูง มาสู่การส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ต้นทุนต่ำ การพัฒนายั่งยืน ฟื้นฟูพื้นที่สีเขียว และทำให้ประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตอาหารปลอดสารพิษของโลก จัดตั้งโครงการ “ร่วมกันใช้” อุปกรณ์ทางเกษตรขนาดใหญ่เพื่อลดภาวะการกดดันให้เกษตรกรต้องเป็นหนี้ก้อนโตใน การจัดซื้ออุปกรณ์การเกษตร โดยเฉพาะรถไถ รถเกี่ยว โรงสีข้าวขนาดเล็ก และโรงเก็บสินค้า ที่สำคัญส่งเสริมและให้การอุดหนุนให้ให้เกษตรรายย่อยที่มีที่ดินไม่มากค่อยๆ หันมาผลิตอาหารเพื่อการบริโภค (ลดค่าใช้จ่าย) และเรียนรู้เทคนิคการแปรรูปต่างๆ โดยผลิตอาหารที่หลากหลายและปลอดสารพิษ ที่ใช้พื้นที่ไม่มาก และใช้ต้นทุนเงินน้อย ส่วนมากเป็นการใช้แรงงานของตัวเอง ทั้งเพื่อบริโภค แปรรูป และเพื่อการค้า

    ประเทศไทยต้องเปิดตลาดสินค้าปลอดสารและงานฝีมือชาวบ้านในทุกจังหวัด ส่งเสริมและเปิดตลาดสินค้าจากฝีมือคนไทย จากเกษตรกรและสินค้าปลอดสารพิษในทุกจังหวัด รวมทั้งให้การอุดหนุนด้ายปัจจัยและด้านเทคนิคให้กับกลุ่มต่างๆ เหล่านี้ โดยส่งเสริมแนวการดำเนินงาน “ล่างขึ้นบน” และควบคุมการใช้อำนาจมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐ

    ปฏิรูปการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ จะต้องทำหน้าที่บริการประชาชน และรัฐต้องส่งเสริมบรรยากาศการทำงานแนวระนาบ ที่เปิดพื้นที่ในการนำเสนอความคิดเห็นได้อย่างเท่าเทียม ไม่ใช่รับนโยบายจาก “บนลงล่าง” เพียงอย่างเดียว และเจ้าหน้าที่รัฐในทุกหน่วยงานต้องได้รับการฝึกอบรมเรื่องการเป็นนักพัฒนา เพื่อสังคมและชุมชน ก่อนลงประจำการ ไม่ว่าจะในตำแหน่งหรือในกรมกองใดก็ตาม

    อุตสาหกรรมและแรงงาน รัฐต้องหยุดให้ท้ายบรรษัทข้ามชาติ และทุนไทย คุกคามสิทธิและเสรีภาพในการรวมตัวและต่อรองระหว่างลูกจ้างและนายจ้าง เปิดให้เกิดการต่อรองระหว่างกันอย่างเสมอภาค โดยรัฐไม่แทรกแซงและหนุนช่วยฝ่ายนายจ้าง รัฐต้องส่งเสริมและสนับสนุน “โรงงานคนงานในทุกอุตสาหกรรม” เพื่อให้เกิดการพัฒนาและเปลี่ยนถ่ายเทคโนโลยี่ในโรงงานสู่คนไทย และทำให้คนงานไทยได้ผลประโยชน์เต็มเม็ดเต็มหน่วย ไม่ใช่แค่ค่าแรงคิดเป็นสัดส่วนเพียง 0.5-1% ของราคาสินค้าเมื่อขายในท้องตลาด

    ไทยต้องก้าวไปสู่แรงงานฝีมือ เตรียมแผนถ่ายเทแรงงานที่จะถูกลอยเพ เมื่อทุนใหญ่หดตัว มาสู่การมีมาตรการรองรับ ที่ส่งเสริมให้พวกเขาใช้ฝีมือมาสร้างการผลิตรวมกันในรูปแบบกลุ่มสหกรณ์หรือสหภาพคนงาน ในการรวมตัวประกอบกิจการ และสร้างตลาดภายในประเทศหรือตลาดเพื่อนรองรับ และค่อยๆ พัฒนาให้สามารถแข่งขันกับยักษ์ใหญ่ได้ ส่งเสริมการสร้างเครือข่ายต่อรองของกลุ่มกิจกรรมทางธุรกิจที่รวมตัวในรูปแบบสหกรณ์หรือกิจกรรมร่วม มากกว่าธุรกิจส่วนบุคคล สร้างมาตรการคืนถิ่นสู่วิถีชีวิตเกษตรอินทรีย์เพื่อการดำรงชีวิต สำหรับคนงานที่ทำงานไม่เคยหยุดทั้งชีวิต ที่ต้องการคืนบ้านเกิด และใช้ชีวิตอย่างสงบสุขในบั้นปลาย

    ยังมีมาตรการอีกมากที่เราทั้งประเทศจะทำได้ เพื่อนำพาให้คนทั้งประเทศอยู่กันได้อย่างผาสุกพร้อมกับ “รอยยิ้มแห่งความสุข” ที่แท้จริง ทั้งนี้และทั้งนั้น นี่แค่เป็นความคิดของคนๆ เดียว ลองคิดดูซิว่าถ้าประชาชนทั่วประเทศไทยได้รวมหัวกันคิดเพื่อนำพาประเทศให้รอด เราจะมีทางออกของประเทศได้มากมายขนาดไหน ประเทศไทยร่ำรวยทางภูมิปัญญาและทรัพยากรธรรมชาติที่พอจะนำพาประเทศให้รอดได้ ถ้าไม่ตามก้นเสรีนิยมโลกาภิวัตน์แบบผิดๆ และไม่สามารถจัดการปัญหาคอรัปชั่นและวางรากฐานประชาธิปไตยที่แข็งแกร่งในประเทศได้

    สิ่งที่สำคัญตอนนี้ของประเทศไทย คือ ประกาศวันเลืิอกตั้งให้เร็วที่สุด ยิ่งเร็วเท่าไร โอกาสที่ประเทศชาติจะพ้นภัยพิบัติได้เร็วเท่านั้น ก็จะมีมากขึ้น แต่ถ้ารัฐบาลอภิสิทธิ์ยังดันทุรังอยู่เช่นนี้ มีแต่จะพาประเทศชาติฉิบหายยิ่งไปกว่านี้เท่านั้นเอง โดยเฉพาะถ้าไม่สามารถคุมทหาร (ที่ไม่ได้ทำงานอะไรเลยเลย นอกจากตรวจจับคนหมิ่นฯ) และได้งบไปกว่า 170,000 ล้านบาทจากอภิสิทธิ์ไปถลุงเล่นอยู่ตอนนี้

  2. pa-cha-da permalink
    วันพุธ 3 พฤศจิกายน 2010 12:48 น.

    เรียบเรียงประสานเสียงโดย pa-cha-da
    เราได้อ่านผู้เขียนข้อความนี้แล้วมีความรู้สึกว่าในหัวของผู้เขียนเรื่องนี้อาจจะเต็มไปด้วย Computer
    ที่บรรจุเรื่องราวไว้มากมาย บางอย่างก็เหมือนการเจอะจง จงใจเพื่อให้คนที่อ่านมีความเห็นว่าอาจจะจริง และบางอย่างบางข้อความมันเหมือนการรู้ยั่งดินฟ้าอากาศ เราอยากให้ผู้เขียนเรื่องนี้มาเป็นผู้บริหารประเทศไทยดูบ้างอาจจะระยะสั้นหรือยาวก็ได้ จะได้รู้ความเจ็บปวดจากคำพูดของมนุษยที่หวังแต่ผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้องนั้นเป็นอย่างไร เพราะพวกด๊อกเตอร์ อาจารย์ นักวิชาการ และนักวิจารณ์ทั้งหลายจะแสดงความเก่งกาจ รอบรู้ รู้ไปหมดทุกท่ากระบวนการเป็นอย่างดี จากการสัมนา หรือประชุมแต่ละครั้งจะพูดกันได้น้ำไหลไฟดับไม่มีช่องเว้นวรรคกันเลย พูดกันเหมือนกับเก็บกดมามากกระสันอยากจะพูดเหลือเกิน พูดกันได้ร้อยเรื่องพันเรื่องหรือภาษาชาวบ้านบอกว่า “พูดจนลิงหลับ” และโดยเฉพาะนักการเมืองที่ยังด่อยประสพการณ์ด้านการเมืองแต่กระสันอยากจะขึ้นมามีอำนาจกับเขาบ้างแต่กลับทำตัวไม่มีคุณค่าอะไรเลย แต่ใช้ประสพการณ์ทางการ “พูด” ที่มีจิตวิทยาทางการพูดเป็นอย่างดีและนำมาใช้ในเวทีทางการเมือง แต่การพูดนั้นไม่เคยหันหลังไปมองคำพูดของตัวเองว่าอดีตเคยพูดไว้อย่างไร วันนี้พูดไว้อย่างสวยหรูเพื่อจะโน้มนาวให้ประชาชนมีความเชื่อถือว่าสิ่งที่พูดออกไปนั้นมันคือวิธีการที่ดีและถูกต้อง พร้อมทั้งเน้นย้ำเรื่องที่ตัวเองสามารถนำพาประเทศชาติและประชาชนไปสู้ความสำเร็จและก้าวหน้าได้ แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไปๆจนประชาชนมีความรู้สึกว่าคำพูดต่างๆที่เคยพูดไว้นั้นมันคือ “สิ่งหลอกลวง โกหก ตอแหลทั้งสิ้น” และเมื่อมีพี่น้องประชาชนออกมาเรียกร้องต่อสิ่งที่ตัวเองเคยพูดไว้นั้น แต่กลับเสนอหน้าออกมาบอกว่าสถาณการณ์มันเปลี่ยนไป พร้อมทั้งยังตอกย้ำความเสียหายหรือปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากฝ่ายนั้นฝ่ายนี้ ทั้งๆที่ตัวเองเป็นผู้ดำเนินการที่สร้างปัญหาและความเสียหายด้วยตนเองทุกอย่าง

    ทุกวันนี้พี่น้องประชาชนคนไทยเขารู้พฤติกรรมเลวๆหลายๆสิ่งหลายๆอย่างเป็นอย่างดี เพราะเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นมันฟ้องออกมาให้ประชาชนได้รู้เอง มิใช่ประชาชนหรือฝ่ายอื่นๆเป็นผู้สร้างปัญหาขึ้นมา และโดยเฉพาะรัฐบาลพรรคปชป.ที่ตั้งแต่เข้ามาบริหารประเทศทำไมมีแต่ปัญหาที่เลวร้ายมาตลอด ซึ่งเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นถ้ารัฐบาลพรรคปชป.ไม่เห็นแก่ตัวจนเกินไปน่าหาทางออกที่ดีกว่านี้ และถ้าเราจะเอาปัญหาในอดีตมาโต้กันโต้ไปมาเรื่องมันก็คงไม่จบสิ้น เพราะไม่มีใครที่จะยอมรับความจริง

    วันนี้รัฐบาลต้องแก้ปัญหาโดยหาช่องเวลาในไม่ช้าเพื่อยุบสภาและกลับไปสู่โมต์ของการเลือกตั้งใหม่เพื่อนำประชาธิปไตยกลับคืนมา จะทำการแก้รัฐธรรมนูญตามที่ต้องการ 2-3 ข้อหรืออย่างไรนั้นก็ว่ากันไป เพียงแต่น่าจะกำหนดช่วงระยะการเลือกตั้งไว้ก่อนล่วงหน้าได้ ส่วนเรื่องคดีความต่างๆก็แก้ปัญหาอย่าให้พี่น้องประชาชนออกมาเรียกร้องว่า “สองมาตราฐาน” เพราะรัฐบาลพรรคปชป.เป็นผู้สร้างปัญหาี้นี้ขึ้นมาและไม่นำพาแก้ปัญหาเหล่านี้ด้วยตนเองเรื่องราวต่างๆมันก็จะจบสิ้นได้ยาก เพราะฉนั้นก็อย่างที่บอกไว้ว่า “ยุบสภา” และเดินหน้าให้ปรเทศชาติและประชาชนกลับมาสู่ความอยู่เย็นเป็นสุขที่เหมือนเดิม

    • ไก่กับไข่ permalink
      วันพฤหัส 4 พฤศจิกายน 2010 21:22 น.

      เพื่อไทยเจ๋งสุดว่างั้นเถอะ

    • ด.เด็ก permalink
      วันอังคาร 9 พฤศจิกายน 2010 12:24 น.

      ดูกันเอง

  3. สายลมและแสงแดด permalink
    วันศุกร์ 5 พฤศจิกายน 2010 12:24 น.

    หนทางสู่ประชาธิปไตย คือ ความเป็นธรรมของสังคม ไม่ใช่สังคมที่ “มัดมือชก” เหมือนทุกวันนี้
    พรรคใหนจะชนะจะแพ้ไม่ใช่สาระที่ต้องมากล่าวร้ายเหมือน นายไก่กับไข่ พรรคใหนจะครองใจ
    พี่น้องประชาชนมันก็อยู่ที่ผลงานและการกระทำ ไม่ใช่พูดเก่งแต่หาเนื้อหา-สาระพร้อมการบริหาร
    ที่ไม่ประสีประสาอะไรเลย ทำงานที่คอยหาตัวช่วยอยู่ตลอดเวลาโดยมีสื่อบางสื่อที่คอยเป็นกระ
    บอกเสียงให้ ช่วยกันหาความจริงสักหน่อยว่าทำไมนายอภิสิทธิ์ ถึงยังไม่กล้ายุบสภาในตอนนี้
    แต่ถ้าจะให้วิเคราะห์ก็คงคิดว่า สมัยหน้าคงเป็นฝ่ายค้านเหมือนเดิม เพราะอาชีพหลักของพรรคปชป.
    ก็คือ เป็น ฝ่ายค้านมืออาชีพ ที่เชี่ยวชาญทางด้านค้านมาตลอด… ด้วยเหตุนี้จึงไม่กล้ารีบยุบสภา..

    • ไก่กับไข่ permalink
      วันเสาร์ 6 พฤศจิกายน 2010 13:41 น.

      คุณก็เอาสีข้างเข้าถูอ่ะนะ ผมไม่ได้ไปกล่าวร้ายใคร ก็โยนให้คิดกันเล่นๆๆ คุณออกโลงมาปกป้องก็เห็นชัดเจนว่าอยู่พรรคไหน ผมเองก็ไม่ใช่ประชาธิปปัตย์ด้วยซ้ำ พันธมิตร ก็ไม่ใช่ เป็นคนไทยคนหนึ่งเท่านั้นเอง คุณบอกว่าการเลือกตั้งแพ้ชนะไม่ใช่สาระสำคัญ สำคัญอยู่ที่ผลงานและการกระทำ ก็เท่ากับว่ายุบไม่ยุบก็ไม่สำคัญซีนะ เพราะอยู่ที่ผลงานและการกระทำเหมือนกัน

    • คนรักชาติไทย permalink
      วันอาทิตย์ 14 พฤศจิกายน 2010 08:25 น.

      ขอโทษนะครับ จะมาว่ากันไปทำไมครับ เราคนไทยเหมือนกัน
      ต้องคอยช่วยเหลือกันสิครับ ไม่ใช่มาดูถูกกันแบบนี้
      คนไทยเหมือนกันรักกันจะดีกว่า

      • สายลมและแสงแดด permalink
        วันจันทร์ 15 พฤศจิกายน 2010 15:46 น.

        *** ฮือ.ฮึ..รักกันจะตายอยู่แล้ว หรือรักมากก็ต้องตายมากและบาดเจ็บสูญหายมากๆๆๆๆ

  4. คนแนวหน้า permalink
    วันอาทิตย์ 7 พฤศจิกายน 2010 15:56 น.

    ควาย กับ คนใครฉลาดกว่ากัน

    ** ได้อ่านข้อความของพวกที่คิดว่าไม่ใช่พรรคการเมืองใหน ไม่ใช่สีนั้น สีนี้ เขียนแสดงความคิดเห็นออกมา
    มันก็แสดงออกมาชัดเจน อย่ามาทำเป็นอีแอบ เหมือนกระเทยเถ้าอยู่เลย หรืออยู่ในตระกูลเดียวกัน
    ขอให้ออกไปหาความจริงบ้างไม่ใช่มานั่งเขียนแสดงความคิดเห็นบนเฟสบุ๊คนี้อย่างเดียว ประสพการณ์ต่างๆ
    มันจะสร้างเราเป็นคนมีคุณค่าต่อสังคมและประเทศชาติ ประสพการณ์ทั้งหลายเหล่านั้นบางเรื่องอาจจจะดีหรือ
    อาจจะไม่ดี หรืออาจจะจริง หรือไม่จริง แต่เราก็ถือว่ามีประสพการณ์จากสิ่งเหล่านั้น ทุกอย่างมันอยู่ที่ความ
    ถูกต้องและเป็นธรรม ไม่ใช่สองมาตราฐานที่ไอ้พรรคแมลงสาปมันทำเช่นทุกวันนี้…

  5. วันอาทิตย์ 7 พฤศจิกายน 2010 18:23 น.

    ที่เขียนบทความนี้ ไม่ได้เขียนในฐานะนักวิชาการ เพราะข้าพเจ้าไม่ใ่ชอาจารย์ ไม่ใช่ดอกเตอร์​ แต่เป็นคนที่ทำงานกับชาวบ้านทั้งที่ในประเทศไทย และที่หนีความจนมาให้เขาเอาเปรียบในหลายสิบประเทศทั่วโลกมายาวนาน ไม่ใช่คนอยู่หน้าจออย่างเดียว แต่ลงพื้นที่และทำงานโดยตรงกับคนงานและชาวบ้านด้วย และตัวเองก็ล้มลุกคลุกคลานกับการทำเกษตรอินทรีย์มากว่า 4 ปี แล้วที่เชียงใหม่ ด้วยมุ่งหวังว่าจะใช้ชีวิตบทวิถีเกษตรอินทรีย์ให้ได้

    ตลอดช่วงความขัดแย้งทางการเมืองนับตั้งแต่ปี 2006 พวกเราทีมงานลงพื้นที่อีสานและภาคเหนือ ภาคตะวันตก ต่อเนื่อง และครั้งละหลายวัน ได้รับฟังปัญหาชาวบ้านมาเยอะมากพอสมควร

    กระนั้นก็ตามในฐานะพลเมืองไทย ใครก็ตามที่มีความคิดและข้อเสนอทางการเมืองควรจะนำเสนอมันออกมา

    ข้าพเจ้ามีความเชื่อว่า การจะแก้ปัญหาเมืองไทยที่ก้าวหน้าและอย่างยั่งยืน ชาวบ้านต้องเก่งและฉลาดกว่านักการเมือง และเราไม่ต้องการเทวดา และนักการเมืองเทวดาที่แตะไม่ได้ แต่เราต้องการคนทำงานบริหารที่เที่ยงธรรม ซื่อตรง ซื่อสัตย์ และเคารพหลักการประชาธิปไตย หลักการสิทธิมนุษยชน และฟังเสียงชาวบ้าน

    ข้าพเจ้าไม่เชื่อในแนวคิด “โกงได้แต่แบ่งกูบ้าง” เพราะจากการประสบด้วยตัวเองถึงบรรยากาศการเมืองในหลายสิบประเทศที่มีประชาธิปไตย การเมืองแบบ “ไม่โกงและดูแลประชาชน” มันเป็นไม่ได้ และถ้าโกงต้องถูทำโทษ ก็มีให้เห็นในหลายประเทศ

    ขอแนะนำเวบไซด์ http://www.timeupthailand.net เพื่อข้อมูลเพิ่มเติมค่ะ

    • ด.เด็ก permalink
      วันอังคาร 9 พฤศจิกายน 2010 12:16 น.

      แฉ เสื้อ แดงทุบรถ จะ จะ

    • ด.เด็ก permalink
      วันอังคาร 9 พฤศจิกายน 2010 12:17 น.

      แฉ เสื้อ แดงทุบรถ จะ จะ

  6. วันอาทิตย์ 7 พฤศจิกายน 2010 18:31 น.

    แก้คำผิดค่ะ เพราะความหมายผิดมาก จะบอกว่า การเมืองแบบ “ไม่โกงและดูแลประชาชน” มันเป็นไปได้ (อย่างน้อยก็ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ และการลงโทษการโกงกันก็แค่การใช้เงินผิดประเภทไปเพียงไม่กี่ร้อย กี่พันบาท ไม่ต้องเป็นร้อย เป็นพันหรือเป็นหมื่นแสนล้านหรอก)

  7. ก๊วยเจ๋ง permalink
    วันพฤหัส 11 พฤศจิกายน 2010 11:25 น.

    สรุปเนื้อหาของบทความอย่างคร่าวๆ

    1. พยายามเอาเรื่อง สถาบันหลัก มาเปรียบเทียบกับ อังกฤษ สเปน และ สวีเดน (และยังพูดถึง รัสเซีย เนปาล เหมือนท่านรองโรมานอฟ เลย เหมือน หนังสือเครือมติชน ข่าวสด ด้วย ชอบพูดถึงเนปาล อ้อ! เหมือนแก๊งค์ ม.เที่ยงคืน บางคนอีกด้วย)…เขียนเชื่อมโยงไปถึง ทหาร สนธิ (ลิ้ม) ปชป. ว่าชักลากจูงประเทศ

    2.เขียนตำหนิ “ทักษิณ” เรื่องการขอพระราชทานอภัยโทษ หรือ การที่ทักษิณ “ยกย่องโครงการพระราชดำริ”

    จากนั้นก็เขียนแบบมีอารมณ์หงุดหงิดว่า “แม่งมันเล่นการเมืองกันหมด”

    ต่อมาก็แนะนำนโยบายเร่งด่วนของประเทศไทย คือ การตรวจสอบงบประมาณ และ นโยบายต่างๆ ของรัฐบาล…ต่อจากนั้นก็เขียนถึงการแก้ปัญหาต่างๆ พร้อมกับนโยบายใหม่ๆ ว่าประเทศไทยควรทำอะไรบ้าง

    จบที่สรุป บอกว่า “ประเทศไทยต้องประกาศวันเลือกตั้งให้เร็วที่สุด เพื่อประเทศชาติจะพ้นภัยภิบัติได้”….(เหมือน นาย บก.ลายจุดเลย รณรงค์เหมือนกับซาบซึ้งใจในการที่พี่น้องเสื้อแดงต้องมาเสียชีวิต รณรงค์ขี่จักรยาน ผูกผ้าแดงต่างๆ…แล้วก็บอกว่า ทางที่ดีที่สุดคือประกาศเลือกตั้งใหม่)

    ประเทศไทย มีประวัติศาสตร์ที่น่าจดจำอย่างนึงว่า…เป็นนายกฯ คนเดียว หรือ คนแรก ที่สนทนา กับแกนนำม็อบแดง ออกสื่อสาธารณะ อย่างไม่เคยเห็นมาก่อนเลย นายกฯ กำหนดวันยุบสภาแล้ว มีวันเลือกตั้งแน่นอนแล้ว…ทำไมแกนนำรอไม่ได้

    คำตอบ ง่ายนิดเดียว เพราะทักษิณไม่ยอมรอ…ม่ายงั้นป่านนี้เลือกตั้งใหม่ไปแล้ว…ดังนั้นไม่ต้องไปโทษใครว่าชักลากจูงประเทศเลย…โทษปีศาจร้ายที่กอบโกยเงินทองจากประเทศไทยไปมากโขแล้ว ไม่ยอมหยุดนั่นเอง!

  8. pa-cha-da permalink
    วันพฤหัส 11 พฤศจิกายน 2010 12:47 น.

    ** สนุกแต่เช้า ; วันนี้มีพวกขุนพรอยพยัคฆ์ดาหน้ากันออกมาอย่าครบครันมีทั้งคริปต่างๆพร้อมทั้งเขียนแสดงความคิดเห็นมาเพื่อที่จะมาแก้ตัวและแก้ต่างกันอย่างจ้าระหวั่นไปหมด สงสัยนายอภิสิทธิ์ สั่งการไม่ให้ข้าราชการใช้เวลามานั่งเฟสบุ๊คจึงทำให้มีบางคนสงสัยว่ามีอะไรเกิดขึ้นในเฟสบุ๊คนี้ เมื่อได้เปิดดูและเห็นมีกลุ่มคนที่เห็นต่างทางการเมือง จึงทำให้สมองสั่งการว่าต้องเขียนแสดงความคิดเห็นบ้างเพื่อที่จะเป็นตัวช่วยให้กับรัฐบาลทรราชทั้งหลาย จึงไปหาคริปและกลุ่มของตนช่วยกันออกมาเอาคริปและเขียนแสดงออกมาเหมือนจะเป็นเรื่องจริง แต่อนิจจาทั้งคริปและการเขียนแสดงความคิดเห็นต่างๆนั้นมันเหมือนก๊อปปี่กันออกมาเลย และไอ้คริปไร้สาระพวกนี้พี่น้องคนไทยทั้งประเทศเขาดูของจริงที่ไม่ได้ตัดต่อเหมือน กระด..เด็กๆ หรอก น่าเสียดายเวลาทำไมนำมาช้าเหลือเกินเพราะวันนี้ทั่วโลกเขาเอาข้อมูลและ วีดีโอ.จากการถ่ายทำของสื่อและเจ้าหน้าที่ของต่างประเทศเขาเองทั้งหมด ที่สื่อหรือองค์กรต่างๆเหล่านั้นได้นำออกมาแฉไปทั่วโลกหมดแล้ว และคริปเหล่านั้นก็ไม่ใช่เป็นการตัดต่อเพื่อใส่ร้ายฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นฝีมือการถ่ายทำใน
    สถาณะการณ์ที่เกิดขึ้นจริงซึ่งมีทั้งภาพนิ่งและภาพวีดีโอที่เป็นของจริง100% เหตุนี้จึงทำให้พี่น้องประชาชนคนไทยและสังคมชาวโลกได้รู้ความจริง และด้วยเหตุนี้อีกเช่นกันเมื่อพวกทรราชฟันน้ำนมเดินทางไปต่างจึงถูกพี่น้องคนไทยและประชาชของประเทศนั้นๆออกมาต้อนรับอย่างสนุกเฮฮา และมีเสียงเล็ดรอดออกมาว่า เอี้ยสั่งฆ่า เอี้ยสั่งฆ่า …นี่แหละของจริง..ที่ไม่ได้ใส่สี ตีไข่ โกหก ตอแหลใดๆเลย

    ** วันนี้พวกขุนพรอยพยัคฆ์ทั้งหลายช่วยไปถามนายอภิสิทธิ์หน่อยน๊ะ ว่าเรื่องราวต่างๆทำไมช่างเปลี่ยน
    แปลง ออกมาสร้างภาพหรอกหลอนประชาชนอยู่ได้ทุกวัน หรือกลับไปใช้คำพูดเดิม คือ เหตุการณ์มันเปลี่ยนไปแล้ว ที่บอกว่า ไม่ว่าจะหนึ่งคนหรือแสนคนที่ออกมาเรียกร้องเราก็ต้องฟัง และวันนี้นายจอมกะโหลกกระลาฟังบ้างหรือเปล่า ถ้าพณฯท่านสมัคร์ สุนทรเวช ท่านยังมีฃีวิตอยู่ท่านคงหัวเราะดังๆ แล้วก็คงบอกว่านี่แหละ เด็กเลี้ยงแกะ …และพณฯท่านสมัครก็อาจจะบอกต่ออีกว่า นี่แหละเป็นความโชคดีของประเทศไทย
    ที่มีผู้นำจอมกระ…กระโหลก กระลา ที่ชื่อ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาเป็นนายกรัฐมนตรี โชคดีกันทั้งประเทศเลยที่หาไม่ได้อีกแล้วในโลกนี้

  9. ก๊วยเจ๋ง permalink
    วันพฤหัส 11 พฤศจิกายน 2010 17:30 น.

    พูดถึง นายกฯ สมัคร น่าสงสารแกเนอะ…ก่อนวาระสุดท้ายของชีวิต โดนทักษิณหลอก…ตอนที่นายเรืองไกร ล้มออด้วย ด้วยผลประโยชน์ทับซ้อน ในการออกรายการยกขโยงหกโมงเช้า

    การโหวตนายกครั้งใหม่…สมัครสามารถเป็นนายกได้อีก…แต่ทักษิณเริ่มไม่ไว้ใจแก๊งค์ออฟโฟร์ หนึ่งในแก๊งค์นี้มีเนวิน และ สมัครด้วย จึงหักหลังให้พวกลิ่วล้อ ผูกไทด์ ใส่สูท ในสภา โหวตเลือก “ชายจืด” น้องเขยตัวเองเป็นนายกฯ…ออหมักเดินคอตกกลับไปช่างน่าสงสารแท้

    ป่านนี้วิญญาณออหมัก คงรู้แล้วว่าใครทำลายชาติ ใครสร้างความแตกแยกให้พี่น้องชาวไทย

  10. เสี่ยวหมัดสั่ง permalink
    วันพฤหัส 11 พฤศจิกายน 2010 19:01 น.

    การกล่าวถึงการโกงของนักการเมืองโดยนักการเมืองเป็นเรื่องตลก
    เพราะการโกงเป็นวัฒนธรรมที่แย่ทางการเมือง โดยมีบรรพบุรุษนักการเมือง
    เป็นต้นแบบ จึงเกิดการลอกเลียนแบบกันมาช้านาน นักโกงเมืองก็หน้าเก่าๆเดิมๆ ประเด็นคอรัปชั่น จึงเป็นประเด็นต้นเหตุแห่งการแย่งอำนาจแบบไร้อารยะ
    ประเด็นคอรัปชั่นเป็นเครื่องมือโจมตีฝ่ายตรงข้ามที่ได้ผลมากที่สุด แต่ก็มักจะเป็น
    ไปในลักษณะที่ว่า “ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง” และประเด็นคอรัปชั่นกำลังเป็นประเด็น
    เป็นเครื่องมือที่นายอภิสิทธิ์กำลังใช้เพื่อกลบกระแสความชั่วที่ตัวเองและพรรคพวก
    เริ่มต้นสำหรับขบวนการทำลายล้างพรรคไทยรักไทยเพื่อจะได้จัดตั้งรัฐบาล โดยนาย
    อภิสิทธิ์มีชีวิตประชาชนและประเทศชาติเป็นเดิมพัน และความพยายามในการโค่นล้ม
    พรรคไทยรักไทยก็สำเร็จได้ระดับหนึ่ง แต่ก็แทบสิ้นชาติสิ้นแผ่นดิน เพราะเพียงแค่ความ
    ความต้องการผูกขาดทางอำนาจของฝ่ายอำมาตย์ จึงทำให้การเมืองไทยถึงคราววิกฤติ
    อย่างหนัก

  11. วันพฤหัส 11 พฤศจิกายน 2010 19:27 น.

    ตีความจากพาดหัวข่าว ก็หมายความได้ว่า ระบอบจัญไรและลิ่วล้ออัปรีย์ในบ้านเมืองเราน่ะ เลิกเอี้ยได้แล้ว จะก่อกรรมทำเวรระยำไปถึงไหน ล่าสุดระบบยุติธรรมสูงสุดก็สร้างอัปรีย์เน่าเฟะ ด้วยคำสั่งของเอี้ยตัวเดียว ประเทศชาติมันจะไปเหลืออะไรวะ แล้วฝากไปถึงไอ้พวกควายเหลืองที่เข้ามาเห่าหอนปัญญาอ่อนน่ะ พวกมึงคงไม่มีวันที่จะพัฒนาขึ้นมาเป็นมนุษย์ปกติได้หรอกมั้ง ไอ้พวกสถุลชาติชั่วจัญไรเดรัจฉาน

  12. วันศุกร์ 12 พฤศจิกายน 2010 01:25 น.

    ค่ะ ยอมรับว่าตอนเขียนเรื่องนี้รู้สึกโกรธจริงๆ และเขียนขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ที่เห็นข่าวนี้จากมติชน และก็รู้สึกว่า “แมง ทำไมมองความเป็นความตายเร่งด่วนตอนนี้ เป็นเรื่องนโยบายหาเสียงของพรรค เรื่องการเมืองหมดจริงๆ มันเป็นข้อเขียนที่ไม่ได้ตรวจทานมากเหมือนชิ้นอื่นๆ

    ++++++++

    นายคณวัฒน์ วศินสังวร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้แสดงความเป็นห่วงต่อสถานการณ์น้ำท่วมในประเทศไทยซึ่งหนักหน่วงกว่าทุก ครั้งที่ผ่านมา โดยได้ส่งจดหมายเปิดผนึกซึ่งเขียนด้วยลายมือ พ.ต.ท.ทักษิณ ลงวันที่ 26 ต.ค. ถึงส.ส.และว่า ที่ผู้สมัครส.ส.พรรคเพื่อไทย เนื้อหาว่า หลังจากฝากนโยบายเกี่ยวกับเศรษฐกิจไปให้ท่านเผยแพร่กับพี่น้องประชาชนไปแล้ว 3 ข้อ เข้าใจว่า ยังวิพากษ์วิจารณ์กันพอสมควร ผมขอยืนยันว่าผมให้ทีมิดและคำนวณดูแล้วทำได้อย่างแน่นอน มีงบประมาณข้อที่ผมยังไม่เปิดเผยเพราะกลัวการลอกเลียนแบบผิดๆ

    พ.ต.ท.ทักษิณ ยังระบุว่า “วัน นี้ ผมอยู่บนเครื่องบินและทราบข่าวน้ำท่วมบ้านเราเสียหายและเดือดร้อนกันมากมาย รวมทั้งมีผู้เสียชีวิตด้วย ทำให้ผมต้องใช้เวลาคิดเรื่องนโยบายป้องกันน้ำท่วมขึ้นมาแซงนโยบายเศรษฐกิจ ก่อน”

    โดยขอให้เป็นนโยบายพรรคเพื่อไทยดังนี้
    1.สร้าง เขื่อนและประตูกันน้ำทะเลหนุนและประตูเพื่อระบายน้ำลงทะเลรอบกรุงเทพฯ สมุทรปราการ พร้อมเพิ่มพื้นที่เขียวเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ โดยไม่ต้องกู้เงิน
    2.สร้างแก้มลิงตามแนวพระราชดำริตามแนวบริเวณที่ลุ่ม ของแม่น้ำสายหลักทั่วประเทศรวมทั้งแม่น้ำโขงเพื่อกักน้ำไว้เวลาน้ำมาก เรียกว่าเบรกน้ำและเก็บไว้ใช้ยามน้ำน้อย และไม่ต้องกู้เงิน
    3.ขุดเชื่อม แม่น้ำสายหลักที่ไม่ไกลกันมากเห็นๆกันเหมือนที่เคยทำแล้วโดยเชื่อมแม่น้ำยม เข้ากับแม่น้ำน่านทำให้สามารถผันน้ำไปมาตามปริมาณน้ำได้
    4.สร้างป่าชุมชนขึ้น /หมู่บ้าน /ป่าชุมชนเพื่อเกิดพื้นที่ชุ่มน้ำมากขึ้น และ
    5.พื้นป่าต้นน้ำ ปลูกหญ้าแฝกกันดิน (Soil Erosion)ตามแนวพระราชดำริ

    พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุต่อว่า อีก 2 สัปดาห์ผมจะแนะนำนโยบายสำคัญๆมาใหม่ เพื่อที่ท่านจะได้ไปศึกษาเตรียมไว้ ผมมั่นใจว่าประชาชนจะให้ความไว้วางใจท่านเป็นส.ส.พรรคเพื่อไทย จะได้จัดตั้งรัฐบาลแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนเหมือนที่พรรคไทยรักไทยเคย ทุ่มเทให้พี่น้องมาแล้วครับ

  13. วันศุกร์ 12 พฤศจิกายน 2010 01:30 น.

    ขออีกนิดนะคะ ขอแชร์ ที่เขียนตอบคอมเมนต์ที่ประชาไทค่ะ
    +++++++++

    ขอบคุณคุณอะตอมที่เขียนแลกเปลี่ยนเรื่องน้ำ ซึ่งจริงๆ ก็ไม่ได้เห็นต่างกันมาก จรรยาก็ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ลงลึกเร่ื่องน้ำ และก็ยังไม่ได้เขียนลงรายละเอียดเรื่องนี้จริงจัง และก็คงทำไม่ได้ เพราะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ แต่คงแลกเปลี่ยนในฐานะคนดูงานพื้นที่อีสาน ภาคเหนือ และเติบโตมากับครอบครัวชาวนาภาคกลาง (อยู่กับวงจรน้ำท่วมตลอดช่วงชีวิตวัยเด็ก)

    มุมมองเรื่องน้ำต่างๆ ก็ได้มาจากการพูดคุยกับชาวบ้านในพื้นที่และคนทำงานวิจัยเรื่องเขื่อนเป็นส่วนใหญ่ พร้อมกับที่ตัวเองก็ล้มลุกคลุกคลานกับการทดลองทำเกษตรอีนทรีย์มาสามปี โดยเผชิญปัญหาเรื่องขาดแคลนน้ำเป็นหลัก และต้องพยายามต่อสู้เรื่องน้ำและทดลองวิธีการจัดการน้ำหลายอย่าง แต่กระนั้นก็ยังทำไม่สำเร็จ และมีน้ำไม่พอแม้แต่จะลดผักในพื้นที่ไร่กว่าในช่วงฤดูแล้ง มาตลอดสามปีแห่งการทำเกษตรอินทรีย์

    เรื่องการจัดการน้ำในเมืองไทย โดยเฉพาะน้ำเพื่อการเกษตร เห็นว่ามันมีเรื่องของการไร้สมรรถภาพในการจัดการเข้ามาเกี่ยวข้องสูงมาก รวมทั้งการที่ตัวเกษตรกรเองไม่ได้รับการให้คำแนะนำเรื่องการใช้น้ำอย่างมี ประโยชน์สูงสุด (เรื่องนี้มีประสบการณ์ตรงจากการทำเกษตรอินทรีย์ของตัวเองและเปรียบเทียบกับครอบครัวปลูกดอกไม้ขายที่อยู่ไร่ติดกัน แต่ขอไม่ลงรายละเอียดในตอนนี้)

    เห็นว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้องค์ความรุ้และศาสตร์แห่งการเข้าใจระบบนิเวศน์เข้ามาช่วยในการจัดการอย่างสูงมาก ควรจะต้องมีการตั้งคณะทำงานและศึกษา วางแผนเรื่องน้าเพื่อการเกษตรและแผนพัฒนาป้องกันน้ำท่วม ที่เป็นอิสระ ทำงานโดยปลอดจากการครอบงำทั้งจากผุ้กุมอำนาจ และนักการเมือง สร้างกระบวนการให้เกิดการให้ข้อเสนอแนะจากชาวบ้านในพื้นที่ด้วยเรื่องการจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพสูงสุด คงต้องมองทั้งในระดับหน่วยย่อมเช่น ครอบครัวเกษตรกรและชุมชน สู่การวางแผนระดับชาติ ที่สำคัญคงต้องสร้างจิตสำนึกการร่วมอนุรักษ์ การใช้น้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด และจัดการดูแลระบบนำ้ในหมุ่เกษตรกรและผุ้ใช้น้ำไปด้วยในขณะเดียวกัน

    เห็นด้วยกับคำวิจารณ์ค่ะว่าจรรยา ไม่ใช่ผุ้เชี่ยวชาญเรื่องการจัดการน้ำ และก็สนใจมากขึ้นเรื่อยๆ ที่พยายามทำความเข้าใจกับมัน

  14. ก๊วยเจ๋ง permalink
    วันศุกร์ 12 พฤศจิกายน 2010 09:22 น.

    ได้ดูข่าว “เสื้อแดง” ได้รับการประกันตัวสองคน…จากเงินของกองทุนศาล (เงินกองทุนศาล)

    นายกฯ เรียกเสื้อแดง 2 คนนี้เข้าพบ…พร้อมชี้แจงว่า “ถ้าได้รับการประกันตัวออกไป” แล้วไปทำอะไรนอกกรอบ…นอกกฎหมายอีก…การจะช่วยเหลือคนอื่นที่ยังอยู่ในคุกก็จะยากขึ้น

    จากการให้สัมภาษณ์นักข่าว…นักข่าวถามว่าตอนอยู่ในเรือนจำเป็นอย่างไรบ้าง…เสื้อแดงสองคนนี้ก็ตอบว่า ได้รับการปฏิบัติอย่างดีตามสมควร

    พิธีกรในรายการอธิบายต่ออีกว่า…”การประกันตัว” เสื้อแดง…เอกสิทธิ์ของ สส.สามารถทำได้…เช่น นายเก่ง ประกันตัว 1 คน นายตู่ ประกันตัวเสื้อแดง 1 คน หรือ ท่านรองโรมานอฟ ประกันตัวเสื้อแดงได้อีก 1 คน (แต่พวกนี้ไม่ทำ ทียุยงเขาให้ทำร้ายบ้านเมือง เพื่อผลประโยชน์ของพรรคตัวเอง ของนายใหญ่ตัวเอง ยุยงดีนัก…แต่พอเขาเดือดร้อนแล้วไม่ช่วย…พี่น้องที่รักทั้งหลายอย่าหลงเป็นเหยื่อพวกมันอีก พวกมันสุขสบายทุกตัว ด้วยความยากลำบากของพี่น้อง)

    • เสี่ยวหมัดสั่ง permalink
      วันศุกร์ 12 พฤศจิกายน 2010 10:23 น.

      ผมไม่อยากคิดแทนคุณตู่และคุณเก่งครับ แต่ผมว่าเขามีเหตุผลของเขา
      และคิดว่าเขาไม่ได้ทอดทิ้งพรรคพวกครับ แต่สถานการณ์อย่างนี้ เหมือน
      กับยุครัฐบาลถนอมกล่าวหาประชาชนว่าเป็นคอมมิวนิสต์จนประชาชนต้อง
      หนีเข้าป่า เข้าใจแกนนำครับไม่ซ้ำเติม ช่วงนี้เอาตัวรอดจากความอำมหิต
      ของพวกบ้าอำนาจไปก่อนครับ อย่าผลีผลาม เดี๋ยวมันสั่งเก็บได้ง่ายๆ ขอให้
      บ้านเมืองพ้นอำนาจเผด็จการไปก่อนครับค่อยว่ากันใหม่ เมื่อไรที่ ร.9 ตาย
      มีเฮครับ

    • คนแนวหน้า permalink
      วันศุกร์ 12 พฤศจิกายน 2010 12:25 น.

      สถาณการณ์ฉุกระหุก ; ประกาศในสถาณการณ์ฉุกระหุก(น้องๆฉุกเฉิน) ที่ห้าง Rotus ทุกสาขามีบริการ
      ตรวจวัดสายตาฟรีและลดราคาค่าเลนซ์พร้อมกรอบแว่นในราคาพิเศษ สำหรับพวกที่เข้ามาเฟสบุ๊คในกระทู้นี้
      ที่ยังพิกาลทางสายตาและสมอง เช่น นายก้วยจั๊บ นายกระด..เด็กๆ นายไข่กับไห และอีกหลายๆคน เพราะ
      ได้พิจารณาจากการออกมาเขียนเฟสบุ๊คนี้แล้วคาดว่าน่าจะพิกาลทางสายตาและสมอง ส่วนที่พิกาลทางสมอง
      ต้องไปโรงพยาบาลศรีธัญญา(รพ.คนบ้า) บางทีได้ใส่แว่นแล้วสายตาจะได้ดีขึ้นมองเห็นทางสว่างขึ้นบ้าง
      ส่วนพิการทางสมองก็คงต้องไปนอน รพ.ศรีธัญญาหลายวันเพราะหมอจะได้ตรวจให้ละเอียด จะได้ไม่ออกมา
      เฟอะฟะ เหมือนพวกทรราชทั้งหลาย

    • ไม่เชื่อ permalink
      วันจันทร์ 15 พฤศจิกายน 2010 13:15 น.

      อย่ามายุแหย่ ไม่เชื่อคุณก๊วยเจ๋ง เขายังไม่มีศักยภาพที่จะช่วยเหลือได้เพราะขณะนี้บ้านเมืองตกอยู่ใต้อำนาจโสมมแทบทุกระบอบ ทุกองค์กร คดีคลิปฉาวแทนที่จะสืบหาข้อทเจจริงในคลิป ว่ากระทำผิดจริงหรือไม่ กลับสอบเอาผิดคนแพร่คลิป แน่จริงต้องสอบทั้ง 2 ด้าน เวรกรรมของคนไทย

      • ก๊วยเจ๋ง permalink
        วันศุกร์ 19 พฤศจิกายน 2010 09:44 น.

        เมื่อการต่อสู้ทุกวิถีทางของปีศาจร้าย ทำยังไงก็ไม่ยอมสำเร็จสักที…ก็ทำลายกระบวนการยุติธรรมมันเสียเลย

        เวลามันโดนคดีซุกหุ้นภาคแรก (7 ต่อ 8 ) “บกพร่องโดยสุจริต” น้องสาววิ่งล็อบบี้แข้งขาขวิดกัน…

        มันบอกว่า “ศาลสถิตย์ยุติธรรม”

        ปากบอกว่า “จงรักภักดีเหลือเกิน”…แต่ขบวนการมันมี ใจรัญ จักรตุ๊ด รองโรมานอฟ แดงสยอง บก.ลายด่าง ฯลฯ

        (โอ้! มายก็อด อดีตผู้นำที่เลวติดอันดับโลก)

        • สายลมและแสงแดด permalink
          วันเสาร์ 20 พฤศจิกายน 2010 01:34 น.

          ยุติธรรมบันเทิง : ทุกวันนี้ที่ประเมศไทยมีปัญหาก็มาจากความยุติธรรม เราคงไม่ต้องบอกว่ากี่มาตราฐานกัน เพราะเหตุการณ์ต่างๆมันฟ้องออกมาอยู่แล้ว และไอ้พวกหูหนา ตาเร่อ สมองฝ่อ ก็ควรมองจากหลักความเป็นจริงเสียบ้างไม่ใช่มีมือไว้ล้างตู..มีปากไว้แด..มีจมูกไว้สูดดมและมีสมองไว้คิดแต่เรื่องเลวๆไร้สาระเท่านั้น และยังเอาหน้าเหมือนเอี้ยออกมากล่าวร้ายผู้อื่นที่เขาเห็นต่างอีก ทุกวันนี้พี่น้องประชาชนอยู่กันแบบมีความสุขแล้วซิ พี่น้องประชาชนผู้ยากไร้ทั้งประเทศจะอดตายกันหมดแล้ว ก็เพราะมีผู้นำประเทศชั้นเลวๆที่ไม่สนใจในชีวิตของประชาชนผู้ยากไร้ที่หาเช้ากินค้ำเลย สร้างแต่ปัญหาไปรอบบ้านทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ไปประชุมที่ต่างประเทศยังโดนด่าเสียกระเจิงจนแทบกลับบ้านไม่ทัน นี่แหละชีวิตที่อับเฉาของคนเฉาๆ และไอ้พวกหูหนา ตาเร่อ สมองควายก็ไปค้นหาตัวตนเสียบ้าง..และก็หยุดเห่าหอนเสียที..

    • คนแนวหน้า permalink
      วันจันทร์ 15 พฤศจิกายน 2010 15:33 น.

      *** ความจริงวันนี้ ; วันนี้ความจริงก็ได้ปรากฏอย่างชัดเจนออกมาแล้ว รัฐบาลและผู้มีอำนาจในระบบยุติธรรมได้สร้างมาตราฐานไว้อย่างน่าสพรึงกลัว เราต้องไปสืบสาวราวเรื่องให้ชัดเจนว่าเรื่องการประกันตัวพี่น้องประชาชนที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยหรือคนเสื้อแดงนั้นเป็นอย่างไร เมื่อรัฐบาลได้สั่งการให้จับกุมพี่น้องประชาชนที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยและได้ควบคุมตัวไว้มากมายในเรือนจำและสถานที่ต่างๆนั้น ทางแกนนำและพี่น้องประชาชนพร้อมญาติๆก็ได้แต่งตั้งทนายความ และมอบหมายให้ทนายความของกลุ่มที่รักประชาธิปไตยขอไปประกันตัวผู้ถูกกล่าวหาจากศาลในหลายครั้งหลายหน และก็ได้รับการปฏิเสธมาตลอดเช่นกันโดยแจ้งว่าเป็นคดีร้ายแรงซึ่งมีโทษสูง แต่เมื่อรัฐบาลทำเป็นตีสองหน้าอ้างไปสาระพัดที่ไปประกันตัวผู้ถูกกล่าวหา2-3คนและก็ได้รับการสนองตอบอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งมีการสร้างภาพที่สกปรกโสมมต่อไปอีกโดยเรียกให้ผู้ที่ได้รับการประกันตัวเหล่านั้นให้มาพบนายอภิสิทธิ์ และก็ทำการพูดจาเจื่อยแจ้วไปอ้างเรื่องความจริงใจเรื่องการปรองดองและความมีคุณธรรมไปเรื่อยเลียวลดไปตามบทที่ถนัดของรัฐบาลอยู่แล้วและในเวลาเดียวกันก็เรียกให้สื่อมวลชนทุกแขนงมารับฟังเพื่อให้สื่อต่างๆเหล่านั้นจะได้นำข้อมูลข่าวสารไปเขียนการเสนอข่าวให้ประชาชนได้รู้ แล้วการสร้างภาพเหล่านี้จะให้พี่น้องประชาชนมีความเชื้อถืออย่างไร
      ก็เพราะเหตุการณ์ต่างๆมันฟ้องอยู่ในตัวอยู่แล้วเราคงไม่ต้องไปค้นหาความจริงอะไรกันอีกแล้ว
      *** มันก็เหมือนการสร้างภาพเมื่อ 2 วันก่อนที่จังหวัดนครสวรรค์ ที่สื่อทีวี, สื่อสิ่งพิมพิ์ และสื่อทางสายพร้อมหน้ากันเสนอข่าวอย่างพร้อมเพียงกัน ที่รัฐบาลส่งนายสาธิต รมต.สำนักนายกและนายอภิรักษ์ ไปโบกธงปล่อยขบวนรถของหน่วยราชการต่างๆออกไปช่วยประชาชน ซึ่งความเป็นจริงแล้วน้ำได้ลดอาจจะเรียกได้ว่าเป็นเป็นปกติแล้ว เพียงแต่ยังมีน้ำขังบ้างเป็นบางแห่งและนิดหน่อยเท่านั้น แต่อยากถามว่าตอนน้ำเริ่มท่วมตั้งแต่แรกๆทำไมไม่ออกไปดูแลพี่น้องประชาชนเลย ทั้งๆที่กระทรวงทบวงกรมเกี่ยวกับเรื่องน้ำก็ได้ออกข่าวเตือนมาก่อนเกิดปัญหาเสียอีก แต่รัฐบาลและคณะทั้งหลายไม่ค่อยกระตือรือล้นในการแก้ปัญหาเรื่องน้ำเลย หรือว่าอาจจะไมใช่บทที่ถนัดของรัฐบาลนี้เพราะรัฐบาลนี้ไม่ถนัดในการแก้ปัญหา แต่ชอบบทถนัดคือ การสร้างปัญหาและการสร้างภาพ เท่านั้น
      *** ซึ่งในเนื้อหาของการประกันตัวเรื่องราวทั้งหมดทำไมรัฐบาลไม่บอกให้ละเอียดกว่านี้ ไม่ใช่บอกแต่เอาความดีใส่ตัว เอาชั่วให้คนอื่น ทำไมนายอภิสิทธิ์ไม่บอกว่ารัฐบาลจะทำงานให้ระบบยุติธรรมเป็นมาตราฐานเดียวกัน แต่กับไปเฉใฉไปเรื่องอื่นอ้างเรื่องคุณธรรมอย่างเดียว ไม่ใช่ถ้ากลุ่มใหนสนับสนุนรัฐบาลกลุ่มนั้นจะได้รับการดูแลเป็นอบ่างดีจากรัฐบาล เหมือนกับกลุ่มพันธมิตร(เสื้อเหลือง) ที่กำลังได้รับการอุ้มชูจากรัฐบาลในขณะนี้ ก็ลงย้อนกลับไปดูว่าจริงเท็จอย่างไร กลุ่มพันธมิตร(เสื้อเหลือง)ออกมาปิดถนน, ยึดทำเนียบรัฐบาล, ยึดสนามบินทั้งสองแห่งและไปปิดหน้ารัฐสภา ซึ่งเรื่องนี้ล่วงเลยมา 2ปีกว่า เจ้าหน้าที่ก็แจ้งข้อหาในข้อหาเดียวกันกับพี่น้องประชาชนที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยหรือคนเสื้อแดงเช่นกัน แต่ได้รับการพิจารณาให้ประกันตัวในชั้นสอบสวนและก็เลื่อนพิจารณาในชั้นส่งฟ้องมาตลอด ซึ่งมันช่างแตกต่าง สองมาตราฐาน กันเหลือเกิน ถ้าใครคิดว่าไม่จริงก็เขียนแสดงความคิดเห็นแย้งมาได้เลยเรายินดีจะช่วยกันค้นหาความจริง ทุกคนที่เกิดเป็นคนไทยมีสายเลือดเป็นคนไทยตั้งถิ่นฐานอยู่บนแผ่นดินแหลมทองอันอุดมสมบูรณ์นี้แล้ว จักต้องได้รับสิทธิและเสรีภาพพร้อมทั้งการปฏิบัติตนได้เหมือนๆกันทุกคน ไม่ใช่อีกฝ่ายโดนกระทำเหมือน ชนชั้นสอง แต่อีกฝ่ายได้รับการอุ้มชู สนองตอบจากรัฐบาลและผู้มีอำนาจเป็นอย่างดี และคอยให้ความคุ้มครองเหมือนไข่ในหิน
      *** นี่แหละที่เป็นความจริงบน สองมาตราฐาน ของประเทศไทยในวันนี้
      ความแตกต่า

  15. คนรักชาติไทย permalink
    วันศุกร์ 12 พฤศจิกายน 2010 09:44 น.

    ขอโทษนะครับ จะมั่วแบ่งสี แบ่งพรรค แบ่งพวกกันทำไมครับ หันหน้าเค้าหากันซิ แสดงความคิดเห็นซึ่งกัน และกันซิครับ เราพี่น้องชาวไทยด้วยกันทั้งนั้น เริ่มตั้งแต่สำเนียงการพูด หรือมองหน้ากันก็รู้แล้วครับว่า “เป็นคนไทย” จับมือกันไว้ครับ แล้วก็ช่วยพัฒนาประเทศ

    • เสี่ยวหมัดสั่ง permalink
      วันศุกร์ 12 พฤศจิกายน 2010 10:17 น.

      ความเป็นจริงมันก็น่าจะเป็นอย่างที่คนรักชาติไทยพูด คือหันมาปรองดองกันดีกว่า
      แต่ก็คิดไปตามประสาคนรักความเป็นธรรม ก็ให้หวนระลึกถึงสิ่งที่ฝ่ายรัฐทำกับประชาชน
      ทำไมมันรุนแรงแท้ ทำไมมันรังแกกันคักแท้ มันเคยคิดถึงเรื่องคุณธรรมหรือไม่
      มันเคยคิดถึงหัวจิตหัวใจคนอื่นบ้างไหม การมาขอให้รักกันให้ปรองดองกันนั้นมันง่าย
      ที่ความคิดและการพูดแต่การกระทำนั้นยาก เชื่อสิมนุษย์ไม่ว่าชนชาติไหน การรังแก
      เรื่องอะไรก็ไม่เท่าการดูถูกเหยียดหยามศักดิ์ศรีความเป็นคน สิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์
      และกลุ่มกษัตริย์นิยมหรือผลประโยชน์นิยมอะไรก็แล้วแต่กระทำต่ออีกฝ่ายหนึ่งนั้น
      คือการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง ยากครับ ยากจริงๆ คนไทย รู้จัก
      ให้อภัยครับ ปัญหาอยู่ที่ว่านายอภิสิทธิ์มันจะสำนึกผิดบ้างหรือไม่

  16. ขอคิด..ข้อคิด permalink
    วันศุกร์ 12 พฤศจิกายน 2010 11:14 น.

    ** ช่วยกันคิด มิใช่ช่วยกันค้าน ; เราควรหันหลังกลับไปทบทวนถึงอดีตที่ผ่านมาบ้างไม่มากก็น้อย อาจจะ
    คิดย้อนหลังไปสัก 10-20ปีก็ได้ที่ตามสมองเราจะคิดได้ เอาเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2540 เป็นต้นมาก็แล้วกันจะได้ให้เด็กรุ่นใหม่ๆอาจจะรู้เรื่องบ้าง การคิดจะวางผังเกี่ยวกับการจัดการเรื่องน้ำอย่างเป็นระบบน่าจะเกิดขึ้นในสมัยนั้นเพราะในสมัยเมื่อปี 2540 ก็ถือว่าเป็นคนรุ่นใหม่แล้ว เทคโนโลยีต่างๆก็พัฒนากันมากแล้วประเทศไทยก็มีผู้เชี่ยวชาญกันหลายแขนงหนึ่งในนั้นก็คือวิศวกรด้านการก่อสร้างระบบชลประทาน มีบุคคลากรที่จบมาจากต่างประเทศและผู้ที่ไปฝึกอบรมด้านแหล่งน้ำนี้โดยเฉพาะก็มีหลายหน่วยงานราชการด้้วยกัน แต่ละหน่วยงานก็คิดจะพัฒนาการเพื่อจะช่วยให้ประเทศมีการพัฒนาเรื่องน้ำที่ถูกต้อง พร้อมทั้งมีการวางแผนอย่างเป็นระบบไม่ว่าจะวางแผนการก่อสร้างเขื่อน, ก่อสร้างระบบการวางท่อ-อุโมงค์ระบายน้ำ, การขุดแม่น้ำเพื่อเชื่อมกับแม่น้ำสายหลัก, การขุดสระทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ และระบบชลประทานน้ำเค็มน้ำจืดอีกหลายโครงการ ซึ่งถ้าไปดูแผนงานต่างๆที่อยู่ในส่วนของกระทรวงทบวงกรมที่เกี่ยวข้องนั้น จะเห็นแผนงานในส่วนนั้นๆที่ชัดเจน ที่ข้าราชการทั้งหลายเขาได้คิดค้นและวางแผนงานในเรื่องของน้ำมาเป็นเวลาช้านานแล้ว
    แต่ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นจากอดีตถึงปัจจุบันแผนงานต่างๆที่หน่วยงานทบวงกรมทั้งหลายได้จัดทำขึ้นนั้นไม่สามารถจะนำแผนงานต่างๆเหล่านั้นมาใช้ได้เลย อันเนื่องมาจากปัญหาเหล่านั้นที่ผู้บริหารระดับกระทรวง(รัฐมนตรี)ไม่ได้แก้ไขใดๆกันเลย เช่น
    1. การทำงานในส่วนของขัาราชการจะมีผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมจะทำงานและเดินหน้าในการทำงานต่อไป เพียง
    แต่ผู้ที่เข้ามาเป็นหัวหน้าหรืออธิบดีจะต้องเดินหน้าคู่ขนานไปกับระดับผู้ปฎิบัติการ(ลูกน้อง) ไม่ใช่คอย
    รับใช้เพื่อสนองตอบแต่นโบายจากพรรคการเมืองเท่านั้น
    2. การวางแผนงงานต่างๆของส่วนราชการอาจจะทำงานต่อเนื่องได้ แต่เมื่อมีการเปลียนแปลงหัวหน้างาน
    หรืออธิบดีที่รับผิดชอบโดยตรง และหัวหน้างานก็ต้องไปรับนโยบายใหม่ๆอยู่เสมอจากรัฐมนตรีหรือพรรค
    การเมืองที่เกี่ยวข้อง และก็นำนโยบายนั้นมาวางแผนกันใหม่อยู่ตลอด เมื่อวางแผนสำรวจออกแบบ
    เสร็จก็ต้องรองบประมาณกันอีก หรือก็ต้องไปรอแปรยัตติงบประมาณอะไรกันอีกหลายขั้นตอน
    3. เมื่อรอเงินงบประมาณซึ่งก็ไม่รู้จะได้ในปีงบประมาณใด ก็มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลกันอีก และก็เป็นผล
    พวงต้องให้เปลี่ยนแปลงรัฐมนตรีที่รับผิดชอบเกี่ยวข้องกันอีก
    4. รัฐมนตรีที่รับผิดชอบก็เอานโยบายต่างๆที่จัดทำไว้แล้วมาเปลี่ยนแปลแก้ไขกันอีก เพราะว่านโยบายที่
    จัดทำไว้เดิมนั้นไม่ได้ก่อสร้างในพื้นที่ของพรรคการเมืองหรือรัฐมนตรีที่ดูแลรับผิดชอบ ถ้าจะเอางบ
    ประมาณไปลงในพื้นที่หรือจังหวัดอื่นก็จะเหมือนไปช่วยคู่แข่งทางการเมือง หรือไม่ก็ชลอโครงการไป
    ก่อนหรือไม่ก็ยุบโครงการนั้นๆเลย
    5. การวางแผนการก่อสร้างงานต่างๆที่เกี่ยวกับระบบน้ำนี้ จะต้องใช้พื้นที่ในการก่อสร้างเป็นจำนวนมากซึ่ง
    จะต้องเวรคืนที่ดินหรือนำที่ดินของทางราชการมาดำเนินการ เช่น เขื่อน, คลองส่งน้ำ,อุโมงค์ส่งน้ำและสระ
    หลายขนาด และการจะดำเนินการจะต้องผ่านวิเคราะห์และทำประชาพิจารณ์อีกหลายขั้นตอน พร้อม
    ทั้งประชาชนในพื้นที่นั้นเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อรับฟังความคิดเห็น ซึ่งการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน
    ก็มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยก็เลยให้ไม่สามารถสรุปในการก่อสร้างต่อไปได้
    6. ในประเทศไทยดูการทำงานของข้าราชการก็ทำงานอยู่บนทางสามแพร่ง อันเนื่องมาจากประเทศไทย
    มีองค์กรเอกชนมากมายหลายกลุ่มหลายก้อน ที่จะพยายามสร้างภาพทั้งในส่วนที่ดีและไม่ถูกต้อง
    อยู่เสมอ ส่วนที่ดีก็จะเข้าไปสัมผัสกับประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง ส่วนที่เห็นผลประโยชน์ส่วนตน
    ไม่ว่าจะอยู่ในส่วนของพรรคการเมืองหรือส่วนตัวก็จะออกมาคัดค้านอยู่เสมอ จึงทำให้ข้าราชการที่
    ทำงานเหล่านั้นขาดความมั่นใจในการทำงาน จึงทำให้การทำงานเกิดสดุดหรือหยุดโครงการไปเลย
    7. โครงการต่างๆที่เกิดขึ้นที่ถือเป็นโครงการขนาดใหญซึ่งหนึ่งในนั้นก็เป็นโครงการระบบชลประทาน ที่มี
    หลายอย่างด้วยกันตามที่กล่าวข้างต้น การก่อสร้างโครงการจะค่อนข้างเป็นขนาดใหญ่ที่ต้องใช้เงินงบ
    ประมาณจำนวนมากอาจจะหลัก ร้อยล้าน ถึง หลายพันล้านบาท จึงทำให้เกิดข้อครหาเรื่องการฉ่อราษฏร์
    บังหลวง(คอร์รับชั่น)อยู่เป็นประจำ ด้วยเหตุนี้ทำให้ข้าราชการไม่สามารถจะตัดสินใจได้นอกเสียจากได้
    รับการสนองตอบจากพรรคการเมืองที่รับผิดชอบเท่านั้น ซึ่งบางโครงการต้องชี้แจงกันอยู่หลายครั้ง
    ด้วยเหตุนี้บางครั้งบางเวลาโครงการเหล่านั้นที่วางแผนไว้แล้วก็อันอาจต้องหยุดการก่อสร้างไป
    8. การก่อสร้างระบบน้ำจะเป็นโครงการที่ช่วยประชาชนในระดับรากหญ้าและคนชั้นกลางเท่านั้น ส่วนคน
    ชั้นสูงที่มั่งมีร้ำรวยจะไม่ไปกระทบกระเทือนการเป็นอยู่ในการดำรงค์ตนต่อชีวิตประจำวันเลย เพราะคน
    ยากคนจนระดับรากหญ้าต้องอาศัยแหล่งน้ำต่อการเพาะปลูกทุกชนิด ถ้าปีใหนแล้งจัดไม่มีแหล่งน้ำจะมา
    ใช้ในการเกษตรได้พืชผักเหล่านั้นก็ล้มตายไป หรือเกิดอุทกภัยน้ำท่วมจนพืชผักที่ปลูกไว้นั้นก็การเสีย
    หายไม่สามารถเก็บเกี่ยวได้ก็ทำให้เป็นหนี้กันต่อไปอีก นี่แหละชีวิตผู้ยากไร้ ส่วนคนชั้นกลางก็อาจจะ
    กระทบกระเทือนต่อการเป็นอยู่บ้าง การเดินทางคมนาคมอาจจะไม่สะดวก และราคาพืช ผัก ผลไม่ก็จะมี
    ราคาแพงขึ้นไปบ้างไม่มากก็น้อย ส่วนคนชั้นสูงที่ร่ำรวยจะไม่เดือดร้อนใดๆเลย หรืออาจมีปัญหาของ
    การคมนาคมเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะคนกลุ่มนี้จะอยู่อาศัยในเขตเมืองจึงไม่มีผลใดๆต่อคนชั้นสูงเลย
    9. รัฐบาลน่าจะใช้โอกาสนี้นำเงินงบประมาณโดยตัดจากกระทรวงกลาโหมมาเจียดให้กับกระทรวงที่ปฏิบัติ
    เกี่ยวกับเรื่องน้ำนี้สัก 50 % (ห้าสิบเปอร์เซ็นต์) เพื่อประเทศจะได้พัฒนาไปสู่การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนต่อ
    ไป แต่คิดว่าถ้าจะให้รัฐบาลไปตัดเงินงบประมาณจากระทรวงกลาโหมมาใช้จ่ายในด้านการแก้ปัญหาเรื่อง
    น้ำนั้น รัฐบาลคงจะออกมาบอกว่าจะไปกู้เงินมาแก้ปัญหาเรื่องน้ำจะดีกว่า เพราะเราก็รู้กันอยู่ว่ารัฐบาล
    นี้อยู่มาได้จนถึงวันนี้ก็มาจากปลายกระบอกปืน และจะมีใครไปหักปืนด้วยเข่า…

  17. เสี่ยวหมัดสั่ง permalink
    วันอาทิตย์ 14 พฤศจิกายน 2010 21:54 น.

    การต่อสู้เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมถ้าใช้ความรุนแรงจะเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วฉับพลัน
    แต่ถ้าใช้แนวทางอหิงสายากครับ เหมือนกับอยู่เฉยๆ การเคลื่อนไหวของมหาตมคานธี ก็นานแสนนาน
    จนทำให้คิดไปว่าเมื่อถึงเวลาหนึ่งสังคมมันก็เปลี่ยนไปเอง ยุคจักรวรรดินิยมหมดไปตามกาลเวลา
    เมืองขึ้นต่างๆก็เป็นอิสระภาพไปเอง สมบูรณาญาและอมาตยาแห่งกรุงสยามอยู่ได้เพราะการปรับตัวครับ ผู้นำจะต้อง
    มีทักษะในทางปาฐกถาเพื่อให้สังคมโลกโดยเฉพาะยูเอ็นและสหรัฐอเมริกาเคลิ้ม พร้อมกับมีผลประโยชน์
    เป็นข้อแลกเปลี่ยนเพื่อให้สังคมโลกเหล่านั้นยอมรับ

  18. เฉาก๋วย permalink
    วันศุกร์ 19 พฤศจิกายน 2010 04:11 น.

    ผมเห็นด้วยกับประเด็นหลักที่จขกท.ต้องการจะสื่อ เพราะคุณจรรยาเองก็มีประสบการณ์การทำงานด้านการเกษตร และตอนนี้ก็อยู่ตปท. ได้รู้ได้เห็นถึงความเจริญ ทันสมัย และจัดการอย่างเอาจริงเอาจังของรัฐบาลเหล่านั้นในการที่จะทำให้ประเทศชาติเจริญ ประชาชนกินดีอยู่ดี ใช้ทรัพยกรอย่างมีค่า รัฐมองการณ์ไกลที่สนับสนุนให้ใช้พลังงานทดแทน ก็อดไม่ได้ที่จะนำมาเสนอเปรียบเทียบกับปทท.ที่ยังจมปรักกับการเล่นการเมืองของนักการเมืองไทย การโกงชาติกินเมือง เพราะรัฐบาลไทยทุ่มงบประมาณไปในทางที่ไม่ก่อให้เกิดการพัฒนาปท. หรือเพื่อความผาสุกของปชช.เลย รัฐบาลปชป. เข้ามามีอำนาจเพราะวัง-กลุ่มอวยเจ้าเสื้อเหลือง-ทหารและกลุ่มนักการเมืองที่มีประวัติแดกห่าปท.อย่างเนวินสนับสนุน ใครๆก็รู้ จึงได้เอาใจกลุ่มคนเหล่านี้ เมื่อไม่นานมานี้ก็อนุมัติเงินซื้อเครื่องบินกริฟฟินเพิ่มอีก 1.6 หมื่นล้านสร้างหนี้ผูกพันปี 54-58 ตั้งคณะกรรมาบ้าๆบอๆมา 5-6 คณะให้ไปศีกษาหาทางแก้ไขปัญหาวิกฤตการเมือง แต่พอเขาเสนออะไร แม่งก็ไม่ทำตามข้อเสนอนั้น ถามว่าแล้วจะต้องคณะกรรมามาเพื่อห่าอะไรเล่า นอกจากตั้งมาเพื่อซื้อเวลา และเอาคนเหล่านี้มาช่วยแดกห่าประเทศ และเป็นไม้กันหมาให้กับรัฐบาลตน ไหนจะต้องเอาใจเจ้าอีก งบบำรุงบำเรอวังปีละหลายพันล้านบาทมีแต่จะเพิ่มขึ้นๆ ไหนโครงการพระราชดำริซึ่ีงเป็นงานประเภทบริการสาธารณูปโภคซึ่งความจริงก็เป็นงานหลักของรัฐบาลแต่โดนเขาแย่งซีนไปทำ สำเร็จบ้างล้มเหลวบ้างไม่มีใครกล้าวิจารณ์ เงือ่นก็สร้างกันจังแต่น้ำก็ท่วมทุกปี เงินมากมายไปจมกับสิ่งที่จะก่อให้เกิดการพัฒนา แล้วจะให้ปทท.เจริญได้งัย ตัวถ่วงความเจริญมันมีและก็ไม่ยอมลงจากอำนาจง่ายๆด้วยสิ

  19. วันเสาร์ 20 พฤศจิกายน 2010 10:32 น.

    ผู้นำดีแม้เป็นคนธรรมดาถ้าทำตัวดีย่อมมีคนสรรเสริญ ผู้นำเหลิงแม้สูงเสียดฟ้าถ้าทำตัวต่ำช้าย่อมมีคนสาปแช่ง ทุกสิ่งทุกอย่างความจริงจะปรากฎในไม่ช้า คนดีจะยังคงอยู่ คนชั่วจะหายไปจากประเทศ

  20. ศักดิ์ ภูมิสิทธิ์ permalink
    วันอังคาร 14 ธันวาคม 2010 08:58 น.

    เห็นด้วยมากกับคอลัมส์นี้ที่สุด และชื่นชมที่กล้าเขียน บ้านเมืองเราถูกฉุดรั้งไว้ด้วยคำใต้ฝ่าละอองฯ ประเทศเลยฉิบหายจนวันนี้ จะหังให้ทักษิณนำการเปลี่ยนแปลงก็แค่นั้น เก่งะเปล่าแต่คามคิดยังไม่พ้นอนุบาลที่เขากรอกหูด้วยคำว่า จงรัก— ใต้ฝ่า— เมื่อไรจะมีคนไทย นำการเปลี่ยนแปลงที ไอ้แกนนำเสื้อแดงทุกวันก็เช่นกัน เขาทำจะตายอยู่แล้ ยังมีน้ำหน้ามาพูด ใต้ส้นเท้าอะไรอีก ชัดๆไปเลย

    • Arty109(ร้อยบก) permalink
      วันพุธ 1 มิถุนายน 2011 22:44 น.

      การใช้สรรพนามให้ถูกต้อง การปฎิบัติตามขนบที่ทำกันมา
      มันก็ไม่ได้เกิดความเสียหายกับชีวิตใครต่อใครนะครับ
      ถ้าความคิดแบบที่คุณกำลังทำอยู่ที่คิดว่าถูกต้องแล้ว
      ต่อไปชาติไทย เด็กไทย เยาวชนไทยจะมีจิตใจต่ำช้า
      ไม่รู้บุญคุญ ที่ต่ำที่สูง ความเคารพต่อผู้ใหญ่อีกมากแค่ไหน
      ถึงตอนนั้นคุณก็คงโดนเหยียบย่ำแบบสิ่งที่คุณทำอยู่แน่นอน

  21. ตูดหมึก permalink
    วันเสาร์ 1 มกราคม 2011 21:31 น.

    หยุดเถอะบอด หยุดเถอะวาฬ ถ้าสองคนนี้หยุด ลิ่วล้อจัญไร มันก็จะกร่างน้อยลง

  22. รักษ์ในหลวง 292 permalink
    วันอังคาร 8 มีนาคม 2011 09:26 น.

    ร้อยรัดดวงใจ เพื่อเทิดไท้องค์ราชัน

  23. รักษ์ในหลวง 292 permalink
    วันศุกร์ 22 เมษายน 2011 08:48 น.

    เราคนไทย เรารัก เราเทิดทูน ในหลวงของเรา

  24. รักษ์ในหลวง 292 permalink
    วันจันทร์ 30 พฤษภาคม 2011 08:29 น.

    สถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นสถาบันหลักที่เราเคารพ

  25. รักษ์ในหลวง 292 permalink
    วันจันทร์ 30 พฤษภาคม 2011 08:31 น.

    พระมหากษัตริย์ ที่พรั่งพร้อมด้วย ทศพิธราชธรรม

  26. วันจันทร์ 30 พฤษภาคม 2011 22:43 น.

    เลือกพรรคเพื่อไทย ….
    ……อนาคต ชาติไทย ไปโลด ……
    อยาก อด อยาก ทั้งโครต โปรดเลือก ประชาธิ ปัติย์…..

  27. รักษ์ในหลวง 292 permalink
    วันพุธ 1 มิถุนายน 2011 08:12 น.

    พระองค์ทรงเป็นพระมหาบพิตรที่สถิตในดวงใจของปวงประชา

  28. วันพุธ 1 มิถุนายน 2011 17:06 น.

    อวยกันนักกันหนา อวยกันเข้าไป ทำอย่างอื่นไม่เป็นเหรอ

    หมดสมัยแล้ว ไอ้ยุคหมอบคลานเหมือนหมาน่ะ
    คลานแล้วยังต้องหาเลี้ยง เสียภาษีให้มันแดกอีกนะ
    นี่มันยุคไหนแล้ว เป็นคนน่ะให้มันรู้ซะบ้าง ใครๆเขาก็เป็นคนมีหัวใจมีเลือดเนื้อ
    มีความสำนึกบุญคุณเหมือนกัน ไอ้ที่ไม่รู้บุญคุณคนน่ะ ก็ที่มันกดหัวอยู่นี่ไง
    สามัญสำนึกของชาวบ้านยังดีกว่า ไอ้นักวิชาการกราบหมาซะอีก

  29. tragedy permalink
    วันอังคาร 12 กรกฎาคม 2011 15:58 น.

    ตัวกู – ตัวสู
    อันความจริง : ตัวกู มิได้มี
    แต่พอเผลอ มันเป็น ฝี โผล่มาได้
    พอหายเผลอ “ตัวกู” ก็หายไป
    หมด “ตัวกู” เสียได้ เป็นเรื่องดี;
    สหายเอ๋ย จงถอน ซึ่ง “ตัวกู”
    และถอนทั้ง “ตัวสู” อย่างเต็มที่
    มีกันแต่ ปัญญา และ ปรานี
    หน้าที่ใคร ทำให้ดี เท่านี้เอย ฯ

  30. hiep permalink
    วันอังคาร 12 กรกฎาคม 2011 16:03 น.

    การเมืองบริสุทธิ์คือศีลธรรม เรามีแต่การเมืองระยำ คือการต่อสู่แย่งชิง

  31. tragedy permalink
    วันอังคาร 12 กรกฎาคม 2011 16:20 น.

    เราได้พรรคเพื่อไทย ว่าที่นายกเป็นผู้หญิง หวังว่าการเมืองไทย
    คงจะสดใส เพราะได้รับการเลือกจากประชาชน นโยบายต่าง ๆ
    โดนใจประชาชน หน้าที่ใคร ใครก็ทำให้สุดดี ไม่ต้องมีของเราของเขา
    ซึ่งจะนำเราไปสู่การแนกแยก และแข่งดี

  32. โพธิ์ทอง permalink
    วันอังคาร 12 กรกฎาคม 2011 16:35 น.

    การเข้ามาทำงานเพื่อประเทศชาติ ต้องมีความซื่อสัตย์
    สุจริต การคอร์รัปชั่นจะทำให้บ้านเมืองไม่มีความเสมอภาค
    ชาวไร่ ชาวนา เกษตรกร ทำงานหนัก แต่ทำไมไม่มีโอกาส
    ร่ำรวย เพราะบ้านเรามีการส่งข้าวเป็นหลัก ชาวนาเป็นสัน
    หลังของชาติ อยากเห็นคนชั้นล่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี
    ขอฝากรัฐบาล ดูแลปัญหาปากท้อง ให้ด้วย

  33. คนผ่านทาง permalink
    วันอังคาร 12 กรกฎาคม 2011 16:47 น.

    ควรทุ่มเทสติปัญญามานะพยายามให้ถึ่งที่สุด ในเมื่อได้
    ดำรงตนอยู่บนแนวทางที่ถูกต้องแล้ว

  34. ชาติ permalink
    วันอังคาร 12 กรกฎาคม 2011 17:01 น.

    ไม่อยากเห็นการเมืองนำสถาบันกษัตริย์มาเล่นเป็นเกมส์การเมือง
    เพราะเรามีพระมหากษัตริย์ และราชวงศ์ ที่เสียสละ ดูแลทุกข์สุข
    ของประชาชนชาวไทย อาทิ ด้านการหาอีชีพ ภัยธรรมชาติ การศึกษา
    การจราจร การเกษตร นักปรัชญา สุขภาพอนามัย ขวัญและกำลังใจ
    เราเชื่อว่าคนไทยทุกคน รักพ่อหลวง ร่วมกันทำความดี มีศีลธรรม
    ประเทศชาติเจริญ

  35. xenophobe permalink
    วันอังคาร 12 กรกฎาคม 2011 17:08 น.

    ผู้ชายแคล่วคล่อง ผู้หญิงว่องไว
    เป็นปัจจัยแห่งความก้าวหน้าของครอบครัว
    โดยไม่ต้องขัดแย้ง มาร่วมมือร่วมใจกัน
    สร้างสรรค์ให้การเมือง เศรษฐกิจ สังคมไทย
    ก้าวหน้า ประชาชนมีรอยยิ้มเพราะเรามีทรัพยากรณ์
    ธรรมชาติเป็นต้นทุนที่มีค่ามหาศาล มาเถิดพี่น้อง
    ช่วย ๆ กัน เพื่อเอกราชของชาติไทย

  36. dai permalink
    วันอังคาร 12 กรกฎาคม 2011 17:26 น.

    รัฐบาลมี 2 ชนิด ทำพลเมืองให้เป็นคน และทำพลเมืองให้เป็นมนุษย์

  37. mai permalink
    วันอังคาร 12 กรกฎาคม 2011 17:35 น.

    ถ้าต่างคนต่างเห็นแก่ตัว ประโยชน์ก็จะขัดกัน
    จนต้องประหัตประหารกัน อย่างไม่มีทางที่จะ
    หลีกเลี่ยง ถ้าทุกคนไม่ละโมภ เพราะโลกนี้
    เป็นเพียงศาลาพักร้อนชั่วคราวของชีวิตที่เดิน
    ทางไกล ไยมายึดครองโลกกันเสียเล่า…..

  38. วันอังคาร 12 กรกฎาคม 2011 17:42 น.

    เงินพูด ดีกว่าปากพูด ดังกว่าปากพูด
    แต่ก็เงินอีกนั่นแหละ ที่ทำให้ปาหุบ ไม่พูด
    ใช้เงินใช้ปากให้กูกแก่กรณี

  39. พายัพ permalink
    วันอังคาร 12 กรกฎาคม 2011 18:06 น.

    การเมืองเป็นเรื่องของการแก้ไขปัญหา
    รู้ว่าปัญหาเกิดจากอะไร แบ่งปันทรัพยากรที่
    มีอยู่อย่างจำกัดให้ทั่วถึง เมื่อความต้องการ
    ของคนเราได้รับการตอบสนอง แต่นั่นแหละ
    คนเราไม่รู้จักคำว่า พอเพียง ต่างดิ้นรนหา
    สิ่งที่ต้องการอย่างไม่หยุด จิตใจว้าวุ่น จึงทำ
    ให้เกิดกิเลส ดังนั้นการใช้ชีวิตต้องรู้เท่าทัน
    กับสิ่งที่จะเกิดขึ้น นั่นก็ต้องให้มี ศีล สมาธิ ปัญญา
    จะครองตนได้อย่างมีความสุข ตลอดไป

  40. รักษ์ในหลวง 292 permalink
    วันพฤหัส 14 กรกฎาคม 2011 08:24 น.

    พระบารมีเหนือกษัตริย์ใดในหล้า ทรงดำริสิ่งมีค่ามหาศาล ยอมสละทุกสิ่งเพื่อกิจการ ให้ทวยราษฎร์ทั่วทุกย่านได้ร่มเย็น

  41. รักษ์ในหลวง 292 permalink
    วันพฤหัส 14 กรกฎาคม 2011 08:27 น.

    ขอพระองค์ทรงมีพลานามัยสมบูรณ์ แข็งแรง เป็นที่พึ่งของปวงประชาชั่วนิรันดร

  42. สมศักดิ์ กระโทกทัน permalink
    วันอังคาร 2 สิงหาคม 2011 10:01 น.

    สถาบันพระมหากษัตริย์ ช่วยให้ประเทศไทยอยู่เป็นเอกราชมานานนับร้อย ๆ ปี มีความผูกพันธ์กับพสกนิกรชาวไทยเป็นอย่างมาก จึงขอให้กลุ่มผู้ไม่หวังดีต่อสถาบัน เลิกล้มความคิดได้เลย.

  43. สมศักดิ์ กระโทกทัน permalink
    วันอังคาร 2 สิงหาคม 2011 10:05 น.

    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทุ่มเทพระวรกายตรากตรำและมุ่งมั่นเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพสกนิกรชาวไทย ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณแก่ประชาชนชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้

  44. รักษ์ในหลวง292 permalink
    วันจันทร์ 8 สิงหาคม 2011 08:26 น.

    ขอพระองค์ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง เป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยตลอดกาลนาน

  45. รักษ์ในหลวง292 permalink
    วันพุธ 10 สิงหาคม 2011 07:58 น.

    ขอให้พระองค์มีพระพลานามัยที่แข็งแรง ขอทรงพระเกษมสำราญ มีพระชนมายุยิ่งยืนนาน

  46. จำปี permalink
    วันอาทิตย์ 14 สิงหาคม 2011 09:36 น.

    เราล่วงเกินใครก็หวังให้เขาให้อภัย
    ครั้นใครล่วงเกินเรา เราก็ลืมเรื่องการให้อภัย

  47. mai permalink
    วันอาทิตย์ 14 สิงหาคม 2011 09:40 น.

    เช้านี้ ไม่มีใครรู้เรื่องที่เราทำ แต่พอค่ำ ๆ ก็จะมีคนรู้
    ดังนั้น ทำแต่เรื่องเที่เชารู้ก็ไม่เป็นไรดีกว่า

  48. โพธิ์ทอง permalink
    วันอาทิตย์ 14 สิงหาคม 2011 09:45 น.

    ทำตัวเองให้เจริญ นั่นแหละคือทำชาติให้เจริญ
    เพราะชาติก็คือเราทุกคนรวมกัน

  49. joy permalink
    วันอาทิตย์ 14 สิงหาคม 2011 09:49 น.

    หน้าที่สุจริตทุกชนิดว เป็นหน้าที่ที่มีเกียรติเสมอกัน ๆ
    จงเลือกเอาแต่หน้าที่ ที่ตนสามารถพอที่จะทำได้

  50. vong permalink
    วันอาทิตย์ 14 สิงหาคม 2011 09:54 น.

    ระบบการคัดเลือกคนด้วยการมีรางวัลให้นั้น
    ยังไม่อาจสร้างสรรค์คนดีที่แท้จริง นอกจากทารกดี
    ดังนั้นการเลือกตั้งต้องเลือกคนที่มีนโยบายที่ดี
    แต่ก็ไม่ใช่นโยบายประชานิยม คิดให้ดี ดี ก่อนตัดสินใจ
    เพราะเขาจะมาทำหน้าที่แทนเรา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 52 other followers