Skip to content

กษัตริย์และเฟสบุ้ค

วันพฤหัส 27 พฤษภาคม 2010

The king and facebook
May 25, 2010
ที่มา – New Mandala
แปลและเรียบเรียง – แชพเตอร์ ๑๑

ความคิดที่ว่าเสื้อแดงเกลียดกษัตริย์ภูมิพลค่อนข้างจะขายได้ดีกับพวกเสื้อเหลืองที่จงรักภักดีต่อกษัตริย์ภูมิพล นี่เป็นหลักฐานบางอย่างของผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นในนิวแมนดาลา หลักฐานมองเห็นได้ทุกเมื่อเชื่อวันจากความเห็นของเสื้อเหลืองทุกคนที่จงรักภักดีต่อกษัตริย์ภูมิพลต่อสาธารณะ ตัวอย่างในเฟสบุ้คนี้ซึ่งค่อนข้างแพร่หลาย โดยอ้างว่าเป็นคำตรัสของกษัตริย์ต่อคณะแพทย์คนหนึ่ง

ภาพที่พ่อนั่งเหม่อลอยอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นเวลานานเหมือนจะร้องไห้นั้น ณ ที่ตรงนั้นกับเวลาที่ยาวนาน พ่อพูดออกมาประโยคเดียวว่า “เราไปทำอะไรให้เขาเจ็บช้ำหรือ คนไทยเหล่านั้นถึงได้โกรธ/เกลียดเราขนาดนี้” ผู้อยู่ใกล้ชิดพ่อน้ำตาไหลพรากสงสารพ่อที่ทำทุกอย่างทั้งชีวิตพ่อเพื่อคนไทยมาตลอด พ่อไม่เคยคิดทำร้ายคนไทยแม้แต่น้อย…..

นับตั้งแต่เริ่มการประท้วงของเสื้อแดงมีพระราชดำรัสของกษัตริย์ภูมิพลออกมาเพียงครั้งเดียว เป็นการยากที่จะตีความ และไม่ได้เกี่ยวข้องในทางการเมือง อย่างน้อยก็จากภายนอก

ให้สังเกตถึงความแตกต่างในแง่ภาษา และอารมณ์ ระหว่างพระราชดำรัสโดยทางการ และพระราชดำรัสส่วนพระองค์ พระองค์เคยตรัสโดยส่วนพระองค์ก่อนหน้านี้ทำนองว่า “จะให้เราปรับปรุงอะไรก็บอกมา” การขานรับของสาธารณะจากคำตรัสส่วนพระองค์สร้างกระแสให้เกิดการต่อต้านเสื้อแดง – ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายใต้การโหมโรงของสื่อกระแสหลัก พระราชดำรัสยังคงเป็นส่วนพระองค์ และพระราชวังไม่เคยปฏิเสธ หรือยืนยันว่าพระองค์ได้ตรัสไว้หรือไม่

พระราชดำรัสส่วนพระองค์ทั้งหมดนี้ เป็นวิธีการปัดเอาแต่สะดวกของกษัตริย์ที่จะส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของปวงชน หรือเป็นผลงานของเครือข่ายกษัตริย์ (ในกรณีนี้ คือแพทย์ประจำพระองค์) ซึ่งอยู่รายล้อมพระองค์ หรือเป็นความเพ้อฝันของกลุ่มเคลื่อนไหวเสื้อเหลืองในการแต่งเรื่องขึ้นมาเพื่อทำลายเสื้อแดงให้ย่อยยับ

727 ความเห็น leave one →
  1. วันเสาร์ 18 กุมภาพันธ์ 2012 19:03 น.

    อริสมันต์เป็นคนดี การที่เราเรียกร้องของที่เราถูกโจรปล้นไปไม่ใช่ความชั่ว ที่พัทยาถ้าไม่มีไอ้พวกรักสถาบันมาไล่ตีคนเสื้อแดงที่ไปยื่นหนังสือ หรือถ้าตีแล้วเราไปเรียกร้องให้จับก็ไม่ได้รับความสนใจ แล้วรู้มั๊ยวันนั้นมีคนที่ร่วมทำร้ายคนเสื้อแดงที่เห็นรูปมี 3 คน ไอ้เนวิน ไอ้เทพเทือก ไอ้อิทธิพล คุณปลื้ม

  2. JOOJEE permalink
    วันอังคาร 21 กุมภาพันธ์ 2012 22:34 น.

    โดย แอนดรูว์ แม็คเกรเกอร์ มาร์แชล
    แปลโดย จรรยา ยิ้มประเสริฐ

    ประเทศไทยคือราชอาณาจักรที่อยู่ในห้วงวิกฤติ ที่เคลื่อนคล้อยเข้าใกล้วันเวลาแห่งความโกลาหลอย่างยากที่จะหยุดยั้งได้ ถูกหลอกหลอนด้วยผีศักดินาและผีเผด็จการแห่งอดีตกาลที่ยังพากันส่งเสียงระงมเซ็งแซ่ และกำลังทุรนทุรายอยู่ในความกลัวแห่งการโดดเดี่ยวตัวเองในโลกอนาคต ได้กลายเป็นประเทศที่ถูกแช่แข็งในกาลเวลา ตกอยู่ในกับดักแห่งวัฏจักรพิษของความรุนแรงและการปราบปราม

    ความรุนแรงที่ทวีมากขึ้นอันเนื่องมาจากความขัดแย้งทางสังคมและทางการเมืองที่ปกคลุมปัจจุบันสมัยของไทยนั้นก็คือการต่อสู้เพื่อที่จะค้นหาคำตอบที่แท้จริงต่อคำถามอันสำคัญยิ่งที่ว่า: คนไทยทั้งหลายทั้งมวลนั้นมีความชอบธรรมที่จะอยู่ในความเท่าเทียมกันหรือไม่? ประชาธิปไตยของประเทศไทยควรจะดำเนินไปในรูปแบบใด? และ “การเป็นคนไทย” หมายถึงอะไร? คำถามเหล่านี้เป็นคำถามที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อีกต่อไป เพราะสังคมไทยได้ขยับเคลื่อน ดังนั้นจึงมีความตื่นตัวและอ่อนไหวต่อสถานการณ์ต่างๆ มากขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน

    ประชาชนในประเทศนี้ต้องการที่จะค้นหาคำตอบที่จะเชื่อมสมานบาดแผลแห่งความเจ็บปวดที่เกิดจากการกีดกั้น และหนทางที่จะยอมให้ประเทศไทยก้าวไปข้างหน้าได้ มีเพียงทางเดียว คือจะต้องค้นพบซึ่งคำตอบ ซึ่งมันจำเป็นยิ่งที่คนไทยจำเป็นจะต้องพูดคุยเกี่ยวกับคำถามเหล่านี้

    แต่มันมีการบังคับเงียบจนแทบจะหายใจไม่ออกในประเทศไทย อำนาจที่ทรงพลังได้ตัดสินใจที่จะต่อต้านการถกเถียงอย่างตรงไปตรงมาต่อประเด็นที่ว่า ประชาชนต้องการเห็นประเทศเป็นเช่นใรในศตวรรษสมัยที่ 21 คนไทยไม่ได้รับอนุญาตแม้แต่จะรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นความจริงขั้นพื้นฐานเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และการเมืองของพวกเขา

    การพูดความจริงถูกทำให้เป็นอาชญากรรมได้อย่างง่ายดาย ประชาชนถูกคาดหวังให้เชื่อชุดข้อมูลแห่งเทพนิยายและตำนานขุนศึกต่างๆ – หรืออย่างน้อยก็ต้องแกล้งทำเป็นว่าพวกเขาเชื่อเรื่องเหล่านั้น – และปิดตาต่อปรากฎการณ์แห่งความรุนแรงที่เกิดขึ้นในประเทศ

    ดังนั้นแล้ว ราวกับว่าติดอยู่อยู่ในห้วงแห่งความฝันร้ายที่ไม่อาจตื่น ประเทศไทยเดินอย่างเลื่อนลอยสู่อนาคตที่ทุกผู้คนต่างก็ประจักษ์ว่ามันคือสภาวะอันตรายยิ่ง แต่ก็รู้สึกว่าไร้ซึ่งอำนาจใดใดจะป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้น

    คำถามเร่งด่วนที่ท้าทายประชาชนในประเทศไทยเหล่านี้จะไม่ถูกทำให้หมดไปได้ด้วยการเพิกเฉยต่อมัน และถ้าคำถามเหล่านี้ไม่สามารถหาคำตอบได้จากการถกเถียงแลกเปลี่ยน มันก็จะได้ข้อยุติบนการนองเลือด

    มันค่อนข้างประจักษ์ชัดต่อผู้สังเกตการณ์ประเทศไทยที่รู้จักเหตุผลว่ามีเพียงวิถีทางเดียวที่จะแก้ปัญหาวิกฤติประเทศไปได้อย่างสันติภาพ คือ : สำนักพระราชวังจำเป็นจะต้องปรับตัว และปรับรูปแบบพระราชพิธีของพระราชสำนักภายใต้วิถีกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญที่คล้ายคลึงกับประเทศทั้งหลายในโลกนี้ที่ปกครองด้วยวิถีประชาธิปไตยในรูปแบบเดียวกัน

    ไม่ว่ารอยัลลิสต์ชาวไทยจะมีความปรารถนาว่าจะสามารถหยุดยั้งนาฬิกาไม่ให้หมุนเดินหน้า และแช่แข็งกาลเวลาไว้กับยุคแห่งอดีตกาลก็ตาม พวกเขาก็ไม่มีทางที่จะทำเช่นนั้นได้ โลกรอบตัวของพวกเขาได้เปลี่ยนไปแล้ว และสถาบันพระมหากษัตริย์ก็จำเป็นจะต้องเปลี่ยนไปพร้อมกับโลกด้วยเช่นกัน

    อันตรายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย และต่อพัฒนาการของประเทศไทย ที่จะขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้สำเร็จด้วยสันติวิธีและเป็นประเทศประชาธิปไตย ก็จะมาจากพวกคลั่งรอยัลลิสต์ใจคับแคบที่ปฎิเสธที่จะพูดถึงการเปลี่ยนแปลงแม้แต่นิดเดียว ทั้งรัฐประหาร 2549 การแทรกแซงของรอยัลลิสต์ในปี 2551 และการปราบปรามผู้ประท้วงชาวเสื้อแดงในปี 2553 ความรุนแรงอย่างน่าตระหนกของคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และในยามนี้ อันได้แก่ ปฏิกริยาแห่งความบ้าคลั่งและไม่เป็นมิตรแม้แต่น้อยต่อข้อเสนอที่มีเหตุมีผลของกลุ่มนิติราษฎร์

    ทั้งหลายทั้งมวลนี้ชี้ให้เห็นว่า นอกจากไม่ยอมรับความจำเป็นที่จะต้องปฏิรูปแล้ว พวกรอยัลลิสต์สุดโต่งกำลังขุดสนามเพลาะเพื่อเตรียมตัวทำสงคราม การกระทำของพวกเขาเป็นอันตรายยิ่งต่อทั้งกับวังและต่อประเทศไทย

    มันเนิ่นนามมามากแล้ว ที่พวกรอยัลลิสต์สุดโต่งเหล่านี้ ได้เป็นผู้กำหนดนโยบายทางการเมืองของประเทศไทย วิถีความคิดที่น่ารังเกียจของพวกเขาได้ถูลู่ถูกังประเทศไทยจากความรุนแรงหนึ่งสู่อีกความรุนแรงอย่างไม่หยุดหย่อน มันจำเป็นจะต้องหยุดได้เสียที

    มันถึงเวลาแล้วที่คนไทยฝ่ายก้าวหน้าและมีความคิดทุกคน – ไม่ว่าจะมีความคิดความเชื่อในทฤษฏีการเมืองแบบใดและมีจุดยื่นต่อสถาบันพระมหากษัตริย์แบบไหน – จำเป็นต้องลุกขึ้นสู้เพื่อนำประเทศไทยกลับมาจากการกำกับของรอยัลลัสติ์สุดโต่งที่กำลังนำพาประเทศไปสู่ความแตกสลาย

    คนไทยจำเป็นที่จะต้องทำความเข้าใจว่าการถกเถียงเกี่ยวกับบทบาทสถาบันพระมหากษัตริย์และสถาบันทหารในอนาคตของพวกเขาไม่ใช่เป็นเพียงความชอบธรรมที่พึงกระทำเท่านั้น แต่ยังจำเป็นอย่างยิ่งอีกด้วย มันถึงเวลาที่จะต้องเริ่มต้นการพูดคุยถกเถียงระหว่างกันด้วยท่าที่แห่งการให้เคารพเกียรติ เปิดเผย และซื่อสัตย์ เพื่อนำพาประเทศไทยให้พ้นจากขอบเหว

    ศัตรูที่แท้จริงของประเทศไทยไม่ใช่คนที่ต้องการถกเถียงเกี่ยวกับอนาคต แต่จากคนที่ป้องกันไม่ให้มีการถกเถียงในประเด็นเหล่านี้ต่างหาก มันถึงเวลาที่จะต้องชัดเจนกันเสียทีว่า : คนที่ต่อต้านไม่ให้มีการถกเถียง และต่อต้านการแก้ไขมาตรา 112 ไม่ได้กระทำด้วยเจตนาบริสุทธิ์ต่อประชาชนคนไทย วันเวลาของพวกเขามันหมดไปแล้ว

    มันไม่จำเป็นจะต้องเปลี่ยนด้วยความรุนแรง และไม่จำเป็นจะต้องผ่านการปฏิวัติ ถ้าคนไทยที่รักประเทศของตัวเองต้องการทำอะไรที่เป็นผลดีตต่อประเทศชาติ พวกเขาจำต้องทำความเข้าใจว่าการสนทนาและถกเถียงเกี่ยวกับอนาคตเป็นสิทธิของพวกเขาและพวกเขาก็ควรจะกระทำได้โดยปราศจากความกลัว ความกล้าหาญแพร่กระจายได้ทางการสัมผัส ยิ่งทำมากขึ้นเท่าไร ก็ยิ่งสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนมากยิ่งขึ้นเท่านั้น

    นี่จึงเป็นหนทางที่จะนำพาประเทศไทยก้าวสู่ศตวรรษที่ 21

  3. ตูดหมึก permalink
    วันอังคาร 17 สิงหาคม 2010 17:35 น.

    ควายเอ้ย โจรมันก็ต้องรักหัวหน้าโจรดิวะ ตราบที่หัวหน้ายังคุ้มกะลาหัวมันได้

    ลองให้หัวหน้าโจรหมดอำนาจดูดิ รังโจรมันก็แตกหัวหดตัวใครตัวมัน

  4. รักในหลวง permalink
    วันพฤหัส 16 กันยายน 2010 16:20 น.

    ยิ่งแสดงออกอย่างนี้ ก็ยิ่งรักในหลวงมากขึ้นอีก

    รักในหลวง

  5. วันพฤหัส 30 มิถุนายน 2011 23:10 น.

    พูดถึงไอ้พวกเสื้อแดงอ่ะเหรอ ใช่..ๆ…ๆ…ๆ ดูอย่างไอ้อริสมันต์เดะ เดี๋ยวนี้หน้าเหมือนโจรเข้าไปทุกที ตั้งแต่เข้าสังกัดโจร

  6. Don't love Don't hate permalink
    วันจันทร์ 20 กันยายน 2010 20:23 น.

    ยิ่งรักในหลวงมากขึ้นเพราะเจอพฤติกรรมไม่ถูกใจ ไม่ถูกจริตคุณก็ตามใจเถอะครับ ส่วนผมขอใช้เหตุผลที่พิสูจน์ได้ในการตัดสินว่าควรจะเทิดทุนในหลวงหรือไม่ดีกว่า

    ผมคงไม่มารัก-เกลียดในหลวงเพราะฟังตามๆ กันมา ตลอดชีวิตตั้งแต่เกิดจนอายุบัดนี้ก็เห็นความไม่ยุติธรรมที่ระบบกษัตริย์ทำไว้กับประชาชนมากมาย เช่น เรื่องไม่เสียภาษี ผูกขาดธุรกิจ ใช้อำนาจอวยให้พวกข้าราชการ นักธุรกิจ นักการเมืองหาผลประโยชน์ ปิดถนน แจกปริญญา การจับจองที่ดิน การใช้เงินโดยไม่สามารถตรวจสอบได้ การออกกฎหมายไม่ให้คนวิจารณ์ การบังคับให้ยืนเคารพ การจัดงานวันเกิดเอิกเริก ลูกหลานทำตัวเอาเปรียบสังคม ใช้ชีวิตฟุ้งเฟ้อ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ก็เห็นชัดเจนอยู่แล้ว จะมาให้ผมชมว่าคนในระบบกษัตริย์ดีได้อย่างไรในเมื่อมันเป็นอย่างนี้ ถ้าเลือกได้มันก็ต้องกำจัดให้หมดสิ้นเพราะมันทำให้ประชาชนส่วนใหญ่เสียผลประโยชน์

  7. เสี่ยวหมัดสั่ง permalink
    วันพฤหัส 30 มิถุนายน 2011 23:59 น.

    อริสมันต์เขาคือฮีโร่ของคนเสื้อแดง และคนเสื้อแดงคือคนส่วนใหญ่ของประเทศ การที่รัฐบาลทหารชั่วปราบปรามไล่ล่าประชาชนถือว่าเป็นทรราชย์ การกล่าวหาว่าคนเสื้อแดงเผาบ้านเผาเมืองยิ่งแย่และเลวยิ่งนัก ผู้กล่าวหวังสร้างความเกลียดชังให้เกิดกับคนเสื้อแดง แต่หารู้ไม่ว่าคนส่วนใหญ่ของประเทศถูกคนส่วนน้อยกล่าวหาแล้วอะไรมันจะเกิด ดูอย่างไอ้มาร์คกับไอ้เทือกมันหากินกับบุรุษนามธรรมในนามคนชุดดำ “ไอ้เลว”

  8. รักเธอประเทศไทย permalink
    วันพุธ 23 พฤศจิกายน 2011 20:09 น.

    คนแบบนี้ไม่น่าเรียกว่าฮีโร่นะ

  9. surachete permalink
    วันอังคาร 13 ธันวาคม 2011 12:24 น.

    คนเฮียๆ ก็ย่อมเป็นฮีโร่ของคนที่เฮียๆ เช่นกัน

  10. 555 permalink
    วันอาทิตย์ 18 ธันวาคม 2011 20:21 น.

    คุณมัน szisofenia ไปแล้ว สิ่งที่คุณพล่ามมามันคือคุณเองไม่ใช่เหรอ
    ในหลวงท่านไม่เคยผูกขาดธุรกิจสักอย่างเดี๋ยวในคุณลองยกตัวอย่างมาสิว่าท่านผูกขาดอะไร
    สันสนในชีวิตแล้วเหรอว่างๆพบจิตแพทย์หน่อยนะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 52 other followers