อัพเดท: ข่าวลือเรื่องพระพลานามัยของกษัตริย์ ถูกหาว่าเป็นแผนทางการเมือง
The king’s health rumors are allegedly a political plot
October 16, 2009
ที่มา - Political Prisoners in Thailand
แปลและเรียบเรียง – แชพเตอร์ ๑๑
บทบรรณาธิการของเนชั่น (วันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๒: “ข่าวลือเกี่ยวกับพระพลานามัยของกษัตริย์ถือว่าชั่วชาติมาก“) แสดงความเห็นมีทั้งอ้างอิงชวนให้น่าคิด และทั้งการกล่าวหา โดยเริ่มว่า: “ข่าวลือผิดๆเกี่ยวกับกษัตริย์อาจเพื่อผลทางการเมือง หรือเพื่อผลทางการเงิน”
เมื่อตลาดหุ้นเริ่มตก เนชั่นนี่แหละเป็นหนึ่งในหนังสือพิมพ์ที่ปล่อยเรื่อง “ข่าวลือ” แต่ไม่ยอมรายงานว่าเป็นข่าวลือเรื่องอะไร (อ่านความเห็นของโพลิติคอลพรีซันเนอร์อินไทยแลนด์ได้จาก ที่นี่) การเสนอข่าวที่ขาดความโปร่งใส่ทำให้คนอ่านต้องพยายามหาว่าอะไรคือข่าวลือ
เนชั่นคงคิดว่าข่าวลือคงจะยุติ เมื่อสำนักพระราชวังออกมาแถลงการณ์ว่า “กษัตริย์ภูมิพลอดุลยเดช พระชนมายุ ๘๑ พรรษา ซึ่งกำลังทรงรับการรักษาที่โรงพยาบาลศิริราชตั้งแต่วันที่ ๑๙ กันยายน มีพระอาการดีขี้นจากโรคปอดอักเสบ” จริงๆแล้ว พระราชวังได้ออกมาแถลงการณ์ทุกวัน แต่เป็นการแถลงการณ์ที่ทั้งสั้น และคลุมเคลือ บางครั้งบางวันก็มีการขัดแย้งกันเอง แต่กษัตริย์ทรงประทับรักษาพระวรกายในโรงพยาบาลเกือบครบเดือนแล้ว ถ้าไม่แถลงการณ์ให้ชัดเจนกว่านี้ รับรองข่าวลือยังไม่ซาแน่ๆ
บทบรรณาธิการของเนชั่นไปขี้นในโซพบ็อกซ์และประกาศว่า “เราขอประณามต้นตอที่ปล่อยข่าวลือทั้งหลายในเรื่องนี้” ทำไมละ ก็เพราะ “กษัตริย์ภูมิพลทรงเป็นกษัตริย์ที่อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ทรงไม่มีบทบาทอย่างเป็นทางการในทางการเมือง พระองค์ทรงนำความสงบในยามที่ประเทศเกิดความระส่ำระสายเสมอมา และทรงได้รับการยกย่องว่าเปี่ยมไปด้วยคุณธรรม และทรงเป็นศูนย์รวมใจของชาติ”
นี่เป็นหนึ่งในจุดประสงค์หลักของสถานการณ์เช่นนี้ หน่วยโฆษณาชวนเชื่อคลั่งเจ้าได้สร้างภาพพจน์ของกษัตริย์อย่างผิดๆให้คนบางคน รวมถึงชาวต่างชาติหลายๆคนเชื่อว่า ประเทศจะพบกับความหายนะอย่างใหญ่หลวงถ้าปราศจากบุคคลที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ยิ่งใหญ่ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมตลาดหุ้นจึงได้มีความผันผวนเช่นนี้ ถ้าขาดพระองค์เสียแล้ว ประเทศไทยคงถึงคราวล่มสลาย
แล้วการอ้างเรื่องการปล่อยข่าวลือเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง ทางการเงินล่ะ จากที่เราติดตามอ่านเนชั่นมาหลายปี การอ้างเช่นนี้มีความหมายเพียงสองประการสำหรับหนังสือพิมพ์เสื้อเหลืองที่คลั่งชาติแบบนี้ ประการแรก เป็นเพราะทักษิณ ชินวัตร และเสื้อแดงที่ปล่อยข่าวลือเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง หรือ เป็นเพราะชาวต่างชาติที่รับเงินมาปั่นตลาดหุ้นเพื่อแสวงหาผลกำไร (อ่านเพิ่มเติมจาก absolutelyBangkok.com) หรือสำหรับบทบรรณาธิการของเนชั่นแล้ว ย่อมหมายความว่าชาวต่างชาติที่รับเงินมา และทักษิณตัวอันตรายได้ร่วมมือกันเพื่อทำลายประเทศไทย
บทบรรณาธิการได้กล่าวถึงชาวต่างชาติว่า: “ต้นตอข่าวลือนรกนี้ (คิดว่าเป็นทักษิณ และผู้สนับสนุนของเขา) ได้กระจายออกไป และปล่อย (สังเกตุวลีว่า: มีการปล่อยข่าวลือ) ที่ตลาดฮ่องกง และตลาดสิงคโปร์ เนชั่นทำเหมือนเป็นเรื่องน่าแปลกใจที่ว่า “สำนักงานเราได้รับโทรศัทพ์หลายครั้งเมื่อวันพุธ มีสายหนึ่งโทรมาจากฮ่องกง นักลงทุนต่างๆพยายามหาข้อมูลเกี่ยวกับพระพลานามัยของกษัตริย์ อีกสายหนึ่งจากสิงคโปร์ หาข้อมูลเกียวกับกษัตริย์เช่นกัน” ทำไมเนชั่นจึงต้องประหลาดใจ ในข่าวไม่ได้รายงานว่ามีการโทรเข้ามาเมื่อเวลาเท่าไร เป็นการรายงานประหลาดว่า “ข่าวลือ” จะทำให้ชาวต่างชาติถึงกับโทรเข้ามาสอบถาม
เมื่อบทบรรณาธิการเข้าถึงประเด็นหลัก เนชั่นออกมาประกาศตามแบบฉบับปานจะขาดใจตายอย่างโสภณว่า “ข่าวลือจงใจที่จะสร้างความวุ่นวาย และความหวาดวิตกให้กับการเมืองในประเทศไทย” และกล่าวต่อว่า “สภาวะทางการเมืองแม้จะยังคงแตกแยก นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะพยายามที่จะยึดเก้าอี้อย่างเหนียวแน่น เกิดความสับสนว่าจะต้องเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญอย่างไร ฝ่ายประท้วงเสื้อแดงพยายามที่จะสร้างความปั่นป่วนให้กับประเทศอีกแล้ว ในขณะที่รัฐบาลข่มขู่ว่าจะขยับเอา พรบ.ความมั่นคงภายในออกมาใช้ เพื่อปราบปรามผู้ประท้วงในการประชุมสุดยอดของอาเซียนที่จะมีขี้นในไม่ช้านี้ที่หัวหิน” ถ้าผู้อ่านยังไม่เข้าใจ สามารถติดตามต่อได้ที่นี่ ในการกล่าวหาเสื้อแดง เหมือนกับจะโยงเข้าด้วยกัน พีพีทีได้เคยแสดงความเห็นในการประกาศใช้ พรบ.ความมั่นคงภายในในที่อื่น และไม่มีหลักฐานว่า เสื้อแดงจะชักชวนให้มีการชุมนุมกันที่หัวหิน
แต่เนชั่นจบบทบรรณาธิการด้วยความหวัง โดยการประณามข่าวลือว่าชั่วชาติ และอ้างด้วยความมั่นใจว่ากษัตริย์ “ทรงมีพระพลานามัยดีขี้น เป็นธรรมชาติอย่างในวัยของพระองค์ และพระองค์จะทรงปฎิบัติภาระกิจได้ดังเดิมในไม่ช้านี้ ไม่มีอะไรนอกเหนือจากความจริงนี้ทั้งหมด” และได้ถวาย “พระพรให้กษัตริย์อันเป็นที่รัก”
อาจจะเป็นไปได้ แต่เนชั่นควรถามตัวเองว่า: มีหลักฐานอะไรที่บทบรรณาธิการเที่ยวได้กล่าวหาว่าเบื้องหลังข่าวลือคือการเคลื่อนไหวทางการเมือง จนเดี๋ยวนี้พีพีทียังมองไม่เห็นว่าจะเป็นเช่นนั้น หรือจะให้พูดอีกอย่างหนึ่งได้ไหมว่า เนชั่น เคยทำอย่างนี้มาก่อน โดยการสร้างข่าวลือ และตัวเองเป็นผู้กระพือข่าวนี้ เนชั่นสมควรที่จะถูกประณามในฐานะ “สื่อ” เยี่ยงนี้
อัพเดท: เนชั่น (วันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๒: “ตลาดหุ้นดีดตัวขี้นร้อยละ ๓.๕๒“) รายงานว่านายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะมีคำสั่งให้ทำการสืบสวนต้นตอข่าวลือนั้น อภิสิทธิ์ค่อยๆโผล่ออกมาด้วยความเชื่องช้าเตือน “นักลงทุนอย่าตื่นตระหนกในข่าวลือ” และยังได้ “สั่งให้มีการตรวจสอบต้นตอข่าวลือเกี่ยวกับพระพลานามัยของพระมหากษัตริย์ ที่ส่งผลให้ดัชนีราคาหุ้นร่วงลงอย่างแรงในเวลาสองวันที่ผ่านมา…” เขากล่าวว่าจะต้องสอบหาข้อเท็จจริงว่า “ข่าวลือละเมิดกฎหมายหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์หรือไม่” เขากล่าวต่อว่า “ผลจากการตรวจสอบ จะได้นำมาพิจารณากันว่าการปล่อยข่าวลือเพื่อผลทางการเมืองหรือไม่”
ดูเหมือนกับว่า อภิสิทธิ์ถ้าไม่เชื่อเนชั่นซึ่งฟังข่าวลือมาจากที่อื่น ตัวเนชั่นเองก็เจื้อยแจ้วตามพรรคประชาธิปัตย์ อภิสิทธิ์จะต้องเฝ้าตรวจสอบอีกสักกี่ครั้ง
พีพีทีแนะนำว่า ให้พรรคประชาธิปัตย์สอบถามจากคนในพรรคของตัวเองเสียก่อน สมาชิกในพรรคประชาธิปัตย์หลายคนที่รู้เรื่องตลาดหุ้นดี พีพีทีได้ยินว่า ต้นตอข่าวลือ “ใกล้สิ้น” ครั้งแรกนั้นออกมาจากพรรคประชาธิปัตย์ (แหล่งข่าวขอไม่เปิดเผยตัว – ใช่แล้ว เราทำตัวเหมือนเนชั่น) ซึ่งลือออกมาเมื่อสองอาทิตย์ก่อน


แผนการเมืองแสนอุบาทก์เช่นนี้ แผนลับ ลวง พราง อันหน้าด้านไร้ยางอายเช่นนี้ จะทำให้บ้านเมืองเสียหาย จะทำให้สังคมแตกแยก รัฐบ้อท่ากลัวดอกพิกุลจะร่วง ประชาชนเกิดความสับสน สิ้นหวัง ไร้อนาตค ต้องคาด ต้องเดา ถูกๆ ผิดๆตามยัดถากรรม คณะแพทย์พากันอมสาก แอบหลังตู้ยา หรือในห้องดับจิต ไม่ยอมแถลงชี้แจงข้อเท็จจริงตามหลักวิชาชีพ ปล่อยให้ผู้ทุจริตคิดการชั่วร้ายบังอาจแอบอ้างนำเรื่องพระพลานามัยของกษัตริย์ไปใช้เป็นประโยชน์แก่ฝ่ายตน เพื่อนำไปแอบอ้างสร้างอำนาจ ใช้ทำลายล้างฝ่ายตรงข้าม แต่ฝ่ายเดียว ลูกเดียว จึงทำให้บ้านเมืองต้องถอยหลัง ยากจน ล่มสลาย เพราะแผนการจัญไร ไร้ความรับผิดชอบของเหล่าผู้เนรคุณต่อองค์พระประมุข ประเทศไทย และคนไทย อย่างเลวทราม ต่ำช้ารกแผ่นดินจริงๆๆๆ
โดยลืมไปว่าเวรกรรมนั้นมี……… จริง และก็วิ่งเร็วไว กว่าONLINE……. เสียอีก!!!!!!!
18 ต.ค.2552
หากจะหาต้นตอข่าวลือ รัฐบาลควรเอาเวลาไปทำอย่างอื่น ซึ่งคิดว่ารัฐบาลน่าจะมีงานอื่นอีกที่ผมคิดว่าสำคัญ ไม่ควรเสียเเวลาและทรัพยากรมาไล่จับเงา เพราะที่สุดแล้วก็จะไม่ได้อะไรเลย
แต่ที่ผมคิดไม่เหมือนกับเนชั่นก็คือเรื่องข่าวลือนี้ควรจะหยุดเป็นข่าวลือได้ตั้งแต่วันแรกที่ทางวังรับรู้แล้ว (หากทางวังทราบว่าข่าวลือข้างนอกวังเป็นเช่นไร) และสมควรออกมา “แถลง” อย่างเป็นขั้นตอนและทำให้ประชาชนเห็นว่ามัน “ไม่จริง” แต่ก็อย่างที่ทราบทางวังก็ก้มหน้าแถลงพระอาการในแบบฉบับเดิม ไม่ได้สนใจว่าตนควรมีหน้าที่ “ขจัด”ข้อสงสัยต่างๆ ที่เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์
และข่าวลือก็หยุดเพราะอะไร? เพราะสมเด็จฯองค์เล็กพระองค์ทรงให้สัมภาษณ์ว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอาการดีขึ้นและใกล้หายแล้ว และพระองค์สัมภาษณ์มาจากเยอรมันด้วยไม่ใช่ไทย ผมไม่แน่ใจว่าสมรรถภาพการทำงานของวังในด้านการสื่อสารต้องปรับปรุงหรือไม่??
ทําไมไม่ไห้สําพาทที่เมืองไทยคะท่าน
จะไห้ประชาชนไทยอยู่ในปลักโคลน
เมิงเอาเวลามาทำงานดีกว่ามั้งไอ้ปะชาทิปปัดเมิงหาต้นตอชาตินึงก็ไม่จบกันพอดี
Trick of an old gangs…