อัพเดทๆ: ข่าวลือว่ากษัตริย์ทรงสิ้นพระชนม์
With Several Updates: Rumors of the king’s demise
October 15, 2009
ที่มา – Political Prisoners in Thailand
แปลและเรียบเรียง – แชพเตอร์ ๑๑
เนชั่น (วันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๒) รายงานว่าตลาดหุ้น “ขายทํากําไร” ลดลงร้อยละ ๒ บางกอกโพสต์ (วันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๒) รายงานว่านางภัทรียา เบญจพลชัย ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า “การลดค่าของ..ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันพุธ เป็นเพียงการปรับฐานเพียงเล็กน้อย…”
เรื่องธรรมดาหรือ แต่เมื่ออ่านรายงานข่าวต่อ เนชั่นรายงานว่า “มีการตื่นตระหนกในการซื้อขายเมื่อเช้านี้เนื่องมาจากข่าวลือ แต่ตลาดได้ปรับตัวขี้นมา…..” ในขณะที่บางกอกโพสต์ได้รายงานตามที่นางภัทรียากล่าวว่า “นักลงทุนไม่ควรวิตกกังวลกับข่าวลือให้มากนัก เท่าที่เห็นวันนี้ ไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติใดๆที่มีผลต่อตลาดหุ้น..”
อ้าว! แล้วเป็นเพราะอะไรล่ะ แน่ล่ะ ต้องเป็นเรื่องเกี่ยวกับองค์กษัตริย์และพระสุขภาพของพระองค์ บางกอกโพสต์ (วันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๒: “กษัตริย์มีพระพลานามัยแข็งแรง“) แสดงให้เห็นว่า “ข่าวลือเกี่ยวกับพระอาการที่แย่ลง กระเทือนถึงตลาดหุ้นของประเทศ”
มีบทความหนึ่งเมื่อไม่นานนี้ซึ่งยาวมาก ได้รายงานเกี่ยวกับการเข้ารับการรักษาพระวรกายที่นานนับเดือนมาแล้วในโรงพยาบาลของกษัตริย์ สำนักพระราชวังควรออกมาแถลงการณ์ว่า กษัตริย์ “ทรงมีพระสุขภาพดี” แทนที่จะออกแถลงการณ์เพิ่มเติมที่ขัดแย้งว่า พระองค์ “ต้องประทับในโรงพยาบาลต่อ” ด้วยว่าพระองค์ทรงมีพระปัปผาสะ (ปอด) อักเสบ มีพระปรอท (เป็นไข้) พระอาการอ่อนเพลีย และเสวยพระกระยาหารได้น้อยลง”
ความวิตกเกี่ยวกับเรื่องการสืบสันตติวงศ์ และเสถียรภาพทางการเมือง ดูจะถูกจัดเข้าเป็นระเบียบวาระที่สำคัญ สำหรับผู้รู้ในประเทศไทย
อัพเดทครั้งที่ ๑: ราคาดัชนีตลาดหลักทรัพย์เมื่อวันพุธดิ่งลงอีก ๑๕.๒ จุด หรือร้อยละ ๒.๐๔ ปิดที่ ๗๓๑.๔๗ จุด สาเหตุมาจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับพระสุขภาพของกษัตริย์ เมื่อวันพฤหัสนี้ตลาดหุ้นร่วงหนักจากข่าวลือเกี่ยวกับพระสุขภาพของกษัตริย์
เนชั่น (วันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๒) รายงานข่าวว่า “ราคาหุ้นลดลงร้อยละ ๕.๓ เมื่อวันพฤหัส” โดยอ้างชัยยุทธ จิวังกูร นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ คันทรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ซึ่งกล่าวว่า “เป็นวันที่สองแล้วที่ตลาดได้รับผลกระทบจากข่าวลือ….” ชัยยุทธกล่าวต่อว่า “ความตื่นตระหนกเริ่มมาจากต่างประเทศ ไม่ใช่ในประเทศ นักลงทุนในประเทศเมื่อเห็นการเทขายของนักลงทุนต่างประเทศ จึงทำตาม…” โพลิติคอลพรีซันเนอร์อินไทยแลนด์ (พีพีที) ไม่แน่ใจว่าควรเชื่อเรื่องนี้หรือไม่ เราทราบมาว่าข่าวลือที่แพร่หลายในประเทศไทย เป็นข่าวที่ชัดเจนมากเป็นพิเศษ ในบรรดาแวดวงนักธุรกิจ พวกเขาต่างกระสับกระส่ายกันมากเป็นพิเศษเช่นเดียวกัน
อัพเดทครั้งที่ ๒: บางกอกโพสต์ (วันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๒) รายงานข่าวว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์ตกลงต่ำกว่า ๗๐๐ จุดเนื่องจาก ข่าวลือที่แพร่กระจาย ตลาดหลักทรัพย์มีแนวโน้มจะทำการ “หยุดการซื้อขายชั่วคราว” ถ้ามูลค่าดิ่งลงถึงร้อยละ ๑๐ เจ้าหน้าที่ตลาดหลักทรัพย์กล่าวว่า “ได้มีการเตือนนักลงทุนให้ติดตามข้อมูลจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องโดยตรงเป็นหลัก ไม่ควรแตกตื่นกับข่าวลือ….” เจ้าหน้าที่กล่าวต่อว่า ได้มีการ “เทขายกันอย่างหนักไปแล้ว”
กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ทำเหมือนไม่มีตัวตนอีกเช่นเคย “เรียกร้องให้นักลงทุนระวังเรื่องข่าวลือ และข้อมูลที่เกี่ยวกับการซื้อขายหุ้น” เขากล่าวต่อว่า รัฐบาล “ไม่มีมาตรการหนุนราคาหุ้น”
ในขณะเดียวกัน “สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์เมื่อวันพุธเวลาค่ำว่า องค์กษัตริย์ทรงมีพระอาการโดยทั่วไปดีขึ้น แต่ต้องใช้เวลาในการรักษาพระวรกายต่อไป เพื่อให้หายประชวรในระยะสั้นจากพระปัปผาสะ (ปอด) อักเสบ และคืนนี้คาดว่าจะมีแถลงการณ์เพิ่มเติม”
อัพเดทครั้งที่ ๓: พีพีทีได้ทำการค้นหาข่าวจากกูเกิลและพบว่า มีรายงานข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้นร่วงและพระพลานามัยของกษัตริย์ ประมาณ ๒๒๐ ข่าว รวมถึงข่าวจากสำนักข่าวใหญ่ๆ เช่น บิสซิเนสวีค รอยเตอร์ บลูมเบิร์ก ฟอร์บ เอเอฟพี เป็นต้น ขณะนี้ข่าวลือกลายเป็นข่าวไปแล้ว รายงานข่าวส่วนใหญ่ออกมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงมานี้
อัพเดทครั้งที่ ๔: เดอะเนชั่นสเตทได้รวบรวมบล็อกต่างๆในเรื่องนี้ ไทม์ (วันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๒: “หุ้นไทยร่วงผลอย ต่อข่าวลือที่ว่ากษัตริย์ภูมิพลทรงประชวรด้วยพระปัปผาสะ (ปอด) อักเสบ”) ถือได้ว่าเป็นการอธิบายที่มีประโยชน์สำหรับเรื่องที่กำลังถูกเปิดเผยนี้
เอเอฟพีได้มีการวิเคราะห์ข่าว (วันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๒: “หุ้นไทยดิ่งลง ผลจากความวิตกในพระพลานามัยของกษัตริย์”) นายหน้าค้าหุ้นที่ไม่ประสงค์จะออกนามให้ความเห็นต่อพระพลานามัยของกษัตริย์ว่า “เป็นเรื่องน่าห่วงมาก” และเสริมว่า: “กษัตริย์ทรงเป็นสถาบันหลักของความมีเสถียรภาพของการเมืองในประเทศไทย ตลาดหุ้นจึงจับตามองพระพลานามัยของพระองค์อย่างใกล้ชิด….”
พวกเขาควรจะจับตามองสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณด้วย พระองค์ทรงประทับอยู่ในยุโรป และถ้ากษัตริย์ทรงมีพระอาการหนักแล้ว พระองค์จะต้องเสด็จกลับกรุงเทพ
ในขณะที่เอเอฟพีเสนอความน่าหวาดกลัว ความน่าหวาดกลัวนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการใหญ่ของพวกคลั่งเจ้า ศ.เควิน เฮวิสัน นักวิจัยการเมืองไทยแห่งมหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไรนา แชเปิลฮิลล์ รายงานไว้ว่า “ทั้งในโรงเรียนไปจนถึงสื่อ ประชาชนถูกสั่งสอนว่า สถาบันกษัตริย์เป็นศูนย์รวมในความเป็นไทย….” “หลายคนเชื่อว่าสถาบันกษัตริย์เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยดำเนินมาถึงจุดนี้…..” นั่นเป็นเรื่องจริง แต่คนไทยคงต้องใช้เวลาสักพักเพื่อทำความคุ้นเคยกับความคิดในการจากไปของกษัตริย์ จะเห็นความโศกเศร้าอย่างใหญ่หลวง และการโหยหา แต่คงไม่ทำให้เกิดความวุ่นวายทางการเมือง ความวุ่นวายจะเกิดขี้นได้ต่อเมื่อ มีการก้าวก่ายในการสืบสันตติวงศ์หรือการแย่งชิงบัลลังค์ กองทัพจะต้องเตรียมพร้อมและอาจจะพร้อมแล้วก็ได้ ในระยะสั้น กลุ่มการเมืองต่างๆอาจจะยังไม่เอามาใช้เพื่อผลประโยชน์ในทางการเมือง แต่ในระยะยาวนั่นอาจะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
เป็นที่แน่ชัดว่าพระราชวัง – สำนักพระราชวัง – จัดการเรื่องแถลงการณ์ในอาการพระประชวรได้แย่มาก ยอมให้เกิดข่าวลือและลือกันหนักขี้นไปอีก
อัพเดทครั้งที่ ๕: ยิ่งแย่ลงไปกว่านั้น อสมท รายงานข่าว (อ่านได้ ที่นี่) หุ้นร่วงและข่าวลือต่างๆโดยไม่มีการอธิบายให้ชัดเจน พวกเขาตำหนิเสื้อแดง และมาบตาพุด และการกระทำเยี่ยงนี้ยิ่งทำให้ข่าวลือดูจะมีความสำคัญมากขี้น ในเวลาเดียวกัน เนชั่น (วันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๒: “บาทตกหลังจากการเทขายหุ้น“) ดูเหมือนไม่มีแม้แต่จะเอ่ยถึงข่าวลือในเรื่องพระพลานามัยของกษัตริย์ในข่าวที่เสนอ พวกเขารายงานได้มากที่สุดเพียงแค่ว่า: “เงินบาทแข็งค่าขี้นในการซื้อขายช่วงเช้าตรู่เมื่อวานนี้ ในวันพุธ ค่าเงินเกิดอ่อนตัวลงมากที่สุดในรอบสี่เดือน หลังจากข่าวลือ – ที่ถูกปฎิเสธ – สร้างความสั่นสะเทือนให้ทั้งตลาดหุ้นและค่าเงิน” ไม่มีคนนอกคนไหนสามารถเข้าใจกับรายงานที่ยืดยาวเรื่องการอ่อนตัวของเงินบาทอย่างเฉียบพลัน แน่นอน นอกจากว่าต้องไปหาอ่านรายงานข่าวจากทั้งต่างประเทศและในประเทศ เกือบ ๓๐๐ ข่าวที่กล่าวถึงต้นตอของข่าวลือ การเสนอข่าวแย่ๆแบบนี้ ทำให้หนังสือพิมพ์ยิ่งดูเป็นตัวตลก
ข่าวอื่น จากเนชั่น (วันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๒) รายงานการแถลงการณ์ล่าสุดของสำนักพระราชวัง พีพีทีได้ลงข่าวทั้งหมดของเนชั่น: “แถลงการณ์สำนักพระราชวังฉบับที่ ๒๖ เมื่อวานนี้ กล่าวว่าพระมหากษัตริย์ทรงเสวยได้มากขี้น และทรงได้รับพระโอสถ ร่วมกับการรักษาทางกายภาพบำบัด”
อัพเดทครั้งที่ ๖: ถ้าคุณอ่านข่าวจนเหนื่อยแล้ว มาดูวิดิโอจาก France24
หุ้นดิ่งเกือบร้อยละ ๕ วิตกเรื่องพระพลานามัยของกษัตริย์
คุณเนลสัน แรน สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ว่ากษัตริย์ทรงมีพระพลานามัยดี แต่นักลงทุนไม่เชื่อ และตลาดหุ้นร่วง
เนลสัน แรน: ถูกต้องแล้วครับ เมื่อเช้านี้ ดัชนีตลาดหุ้นของประเทศไทยร่วงถึงร้อยละ ๓.๓ ต่อจากเมื่อวานนี้ที่ตลาดมีราคาผันผวนร่วงร้อยละ ๔ ก่อนที่จะกระเตื้องขี้นในช่วงบ่ายและปิดตลาดลดลงร้อยละ ๒.๐๔
ราคาที่ลงนี้ มาจากการที่นักลงทุนชาติเกิดความวิตกต่อพระพลานามัยที่ทรุดลงของกษัตริย์อันเป็นที่บูชาของประเทศไทยเมื่อไม่นานมานี้ พระองค์ทรงเข้าประทับรักษาพระวรกายในโรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ ๑๙ กันยายน แต่ทางสำนักพระราชวังออกแถลงการณ์หลังจากตลาดหุ้นปิดเมื่อวานนี้ว่า กษัตริย์ทรงมีพระพลานามัยดี แต่พระองค์จะยังคงประทับรักษาพระวรกายเพื่อให้หายประชวรจากพระปัปผาสะ (ปอด) อักเสบ การหายจากอาการพระประชวรจะต้องใช้เวลาซึ่งเป็นเรื่องปกติสำหรับผู้สูงอายุ พระพลานามัยของกษัตริย์ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนสำหรับประเทศไทย พระองค์เปรียบเสมือนสมมุติเทพ และพระพลานามัยของพระองค์ย่อมเป็นที่จับตามองของตลาดการเงิน เพราะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เกิดเศรษฐกิจตกต่ำ ดังนั้นเรื่องพระพลานามัยของกษัตริย์จะถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดในอาทิตย์นี้
ผู้สัมภาษณ์: ผมมีคำถามสั้นๆ ตัวเลขที่เราตรวจสอบครั้งล่าสุดนั้นดิ่งลงถึงร้อยละ ๕ แต่โดยภาพรวมแล้วมีแนวโน้มในทิศทางที่ดี เมื่อมองย้อนอดีตกลับไป
เนลสัน แรน: ครับ ถูกต้อง นับตั้งแต่เดือนมกราคมตลาดมูลค่าเพิ่มขี้นถึงร้อยละ ๖๐ และเศรษฐกิจโดยภาพรวมของไทยซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้นี้ไปได้สวย แสดงสัญญาณว่าเริ่มฟื้นตัวจากวิกฤติเศรษฐกิจโลก แต่ประเทศไทยยังคงชะงักงันกับปัญหาวิกฤติทางการเมืองที่ยืดเยื้อมาเป็นเวลาถึง ๔ ปีแล้ว ประเทศไทยได้มีการแตกแยกกันอย่างหนักและสร้างความกดดันให้กับนักลงทุนต่างชาติในประเทศ แต่ถ้ามองย้อนไปในอดีต เศรษฐกิจไทยได้พิสูจน์แล้วว่ายังมีความสดใส แม้จะมีปัจจัยการเมืองภายในเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ที่แน่ๆ ในเวลานี้ พระพลานามัยของกษัตริย์เป็นเรื่องที่กำลังวิตกกันอยู่
อัพเดทครั้งที่ ๗: ประชาไท – สำนักพระราชวังยุติแถลงรายวัน แต่จะประกาศเมื่อพระอาการเปลี่ยนแปลง
เมื่อวันที่ 22 ต.ค. สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ฉบับที่ 33 เรื่อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จพระราชดำเนินมาประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช ความว่า “วันนี้ คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้รายงานว่า พระอาการโดยทั่วไปคงที่ พระกำลังพระวรกายแข็งแรงขึ้น เสวยพระกระยาหารและทรงพระบรรทมได้เป็นปกติ คณะแพทย์ฯ ยังคงถวายพระโอสถปฏิชีวนะจนครบกำหนด และถวายพระกระยาหารบำรุงตามหลักโภชนาการต่อไป”


ตลอดกว่า ๖๐ ปีที่ผ่านมา เป็นช่วงเวลาที่พระองค์ทรงงานอย่างไม่เคยว่างเว้น และทรงประกอบพระราชกรณียกิจที่ถึงพร้อมทั้งความบริสุทธิ์บริบูรณ์ จึงเป็นช่วงเวลา ๖๐ ปีที่พสกนิกรชาวไทยอยู่ได้อย่างร่มเย็นเป็นสุขภายใต้ร่มพระบารมี
สัตว์ตัวไหนในโลกนี้หนีความตายได้บ้าง ไอ้พวกโง่ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้าหรอก
เห่าหอนอวยกันอยู่นั่นไอ้พวกจิตแตกไม่รู้จักกฎ เกิดแก่ เจ็บตายรึไง
เรารักพระเจ้าแผ่นดิน ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์พระสยามเทวาธิราชจงคุ้มครองพระองค์ ให้ทรงพระเจริญยั่งยืนนาน
เป็นมิ่งขวัญของปวงข้าพพระพุทธเจ้า
ไม่ตายวันนี้พรุ่งนี้เดี๋ยวก็ตาย ไม่ยุบวันนี้ก็ไม่ต้องยุบ ถ้าพวกมึงรั้งกฎแห่งธรรมชาติเหล่านี้ได้ก็จงครองอำนาจกันต่อไปเถิด ถ้าภูมิพลไม่ยอมตายอภิสิทธิ์ไม่ยอมยุบ กูยกประเทศไทยให้พวกเมิง
คำพูดที่ไร้ซึ่งความคิดเช่นนี้ มักออกมาจากคนที่ไร้ความคิดเช่นกัน
ตายๆไปเหอะอยู่ไปก็รกโลก พวกบ้าอำนาจ
จริงๆนะข่าวลือก็คือข่าวลือ ถ้ามันเป็นจริงเรื่องว่าในหลวงตายนี่นะ
ก็คือ ตายไปจากใจของประชาชนคนไทยส่วนมากแล้ว
พวกเราจงคิดซะว่า ที่บอดไม่ออกมาช่วงนี้ น่ะ พวกราชวงศ์และไอ้รัฐบาลชุดนี้
มันกำลังเล่นเกมส์ อะไรอยู่นะ รอดูกันต่อไปว่า วันพืชมงคล วันแรกนาขวัญ
บอดจะออกมาไหม เพราะเขาได้เคยออกมาทุกปีก็เขาเป็นพระโค ที่ทรงพระเก่งกล้าสามารถ
เก่งไปเสียทุกอย่าง…. แต่ตอนนี้ พะงาบแล้ว กำลังรอฉีดเสตร็มเซลล์อีกรอบอยู่น่ะ
อันความคิดต่ำๆนั้น ส่อสกุล อันคำพูดหยาบคายนั้น ส่อสันดาน อันจิตใจต่ำทรามมักเห็นได้ง่ายจากคุณแตงโม คนเดิม น่าเศร้าแทนบุพการีท่านจริงๆ
โอ๊ย….พึ่งจะเห็นว่ามีคนด่าข้อย
บักปอบ ARTY109 (ร้อย บก.)บักทหารผัวราชินี
บักทหารไร้เกียรติไร้ศักดิ์ศรีอัปรีย์ซาติซั่ว ฆ่าประชาชนมือเปล่า ด่าผู้หญิงนี่มึงเก่งแท้
ไปแม้ไปรบกับเยอรมันพู่นไปเอาเครื่องบินโบอิ้ง 737 ที่เขายึดมาคืนโครตมึง
ฝรั่งเยอรมันเขาบ่โง่เด้อ ถ้าเขาบ่มีหลักฐานพร้อมน่ะเขาบ่ยึดเครื่องบินหมู่สูดอก
20ล้านยูโร พวกมึงจ่ายเองเด้ออย่ามาเอาเงินประชาชนไปจ่ายเด้อ
มาด่าเฮาต่ำทราม แหม.. ต่ำทรามแฮงบ่ล่ะ อยากได้อีกกะจะจัดให้อีกเด้อ….
สวรรค์นรกนรกมีจริง ตายไปก็รุ้ว่าพวกคุณจะตกนรกหรือขึ้นสวรรค์ สาธุ
วันนี้สื่อและประชาชนได้มองเห็นแล้วว่า กองทัพได้ออกมาสร้างปัญหาให้กับสังคมและประเทศชาติ การที่กองทัพจะไปดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษในคดี หมิ่นเบื้องสูงนั้น กองทัพไม่ใช่มีหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยภายในประเทศนอกจากได้รับการร้องขอจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเท่านั้น และครั้งนี้ตำรวจก็มิได้ร้องขอให้กองทัพส่งทหารมาใดๆทั้งสิ้น ซึ่งหน้าที่ของตำรวจเขาจะเป็นผู้รักษากฏหมายต่างๆพร้อมทั้งดูแลความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยในการชุมนุมของแต่ละครั้ง ตำรวจเขาก็มีเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบคำปราศรัยต่างๆของผู้ปราศรัยทุกคน เขามีมาตราฐานในการทำำงานมีความเชี่ยวชาญที่จะพิจารณาได้ว่าคำปราศรัยต่างๆนั้นหมิ่นเบื้องสูงเท็จจริงประการใด แต่วันนี้ผบ.ทบ.พล.อ.ประยุทธ์ ออกมาเต้นเสียเองโดยสั่งการให้นายทหารไปแจ้งความกับตำรวจเพื่อให้ดำเนินคดีกับกลุ่มแกนนำนปช.เสียเอง และกลุ่มนปช.ก็ไปก็แจ้งความกลับว่าผบ.ทบ.แจ้งความเท็จและดูหมิ่นเข้าไปอีกเช่นกัน ไม่รู้ว่ากองทัพคิดได้อย่างไรก็เมื่อไปกระชับพื้นที่และก็ไปสังหารให้เกิดการบาดเจ็บ ล้มตายและสูญหายเป็นจำนวนมากแล้วก็ยังมาไขสือกับเรื่องนี้อีก แทนที่กองทัพจะเข้าไปดูแลเยียวยาเพื่อให้พี่น้องประชาชนที่เขาโดนกระทำเช่นนั้นให้มีความรักต่อกองทัพขึ้นมาบ้าง แต่การทำเช่นนี้ของกองทัพเหมือนเป็นการจุดกระแสร์เพื่อให้ไฟโหมใหม้ขึ้นมาอีกครั้งทั้งๆที่พี่น้องประชาชนเพิ่งผ่านประเพณีแห่งความสุขมา นี่หรือกองทัพเพื่อประชาชนหรือกองทัพเพื่อใคร และผบ.ทบ.ก็น่าจะตระหนักว่ากองทัพอยู่มาได้ทุกวันนี้ก็เป็นเงินจากพี่น้องประชาชน ลูกกระสูนและอาวุธทั้งหลายที่ไปสังหารพวกเขาก็เงินของพี่น้องประชาชนทั้งสิ้น ในอดีตกองทัพได้สร้างความน่าเกรงขามเป็นที่เคารพและศัทธาของพี่น้องประชาชน แต่ในเมื่อกองทัพสร้างรอยด่างขึ้นมาเสียเองแล้วจะให้มีใครมาเคารพและยำเกรงอีกต่อไป…
ผมว่าตายๆไปซะก็ดี อำนาจของ ศักดินาจะได้หมดจากประเทศไทยซะที ผมเชื่อมั่นว่าประชาชนเท่านั้นที่สร้างและพัฒนาประเทศนะครับ เเตระบบกษัตริย์ได้ถูกเชิดชู โดยรัฐบาลเผด็จการของ สฤษดิ์ ธนะรัตน์ มีการปลูกฝังอย่างงมงายว่ากษัตริย์คือสิ่งที่ดีงามเเละต้องจงรัก ภักดี ต่อกษัตริย์ จริงๆเเล้ว ไม่ใช่หรอกครับ กษัตริย์มีอำนาจขึ้นมาได้ก็เพราะประชาชน หากประชาชนจะไม่เอากษัตริย์ๆก็ไม่มีสิทธิปกครองประเทศ นะครับ วอนไปยัง กลุ่มบุคคลที่ยังจงรักภักดีอย่างโง่เง่า ให้ลองคิดทบทวน ในสิ่งที่ผมได้แสดงความเห็นลงไปซักหน่อยเหอะครับ ดูอย่างยุโรปสิ ประเทศที่มีอำนาจส่วนใหญ่มาจากการล้มระบอบกษัตริย์ทั้งนั้น ในเมื่อเขาเห็นว่า กษัตริย์ไม่ได้ทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดี เขาก็ล้มมัน แต่ปะเทศไทย เห้อ ไม่อยากจะพูด
พวกมึงมัน สมอง ตำ ช้า กว่าจะล้วงมาได้เเล้ว
ในหลวงเค้าทรงงานหนักเพื่อคนไทย
จะได้ให้คนไทยอยู่อย่าสงบสุข
เเล้วมึงไม่สำนึกบุญคุณ ไปตายปะ อย่าเกินบน
เเผ่นดินไทยเลยวะ ไปเกิดในเเผ่น ดิน เขมร ไปๆๆๆๆ